บท
ตั้งค่า

ตอนที่6

พ่อบ้านหวังก้าวไปหยุดอยู่ ณ เบื้องข้างประตูเรือนแล้วหันกายมาทางฮันเม่ยหลิงแล้วเอื้อนเอ่ยเสียงราบเรียบ

“เชิญขอรับ ฮูหยินน้อย”

ฮันเม่ยหลิงผินหน้าพยักรับน้อย ๆ แววตาไม่ไหวเอน องครักษ์เฉิงอู่ขยับมือผลักบานประตูออกอย่างเงียบงัน นางยกอาภรณ์ก้าวเข้าสู่เรือนโดยมิลังเล

ซุนฮวาเมื่อเห็นคุณหนูของตนก้าวเข้าไปก็รีบสาวเท้าตามทันที แต่ยังไม่ทันข้ามธรณีมือที่กำกระบี่ขององครักษ์เฉิงอู่กลับเหยียดยื่นขวางนางไว้แน่นหนา

พ่อบ้านหวังเห็นดังนั้นจึงเร่งเอ่ยด้วยท่าทีนอบน้อม

“แม่นางซุนฮวา เรือนนี้ฮูหยินน้อยเท่านั้นที่เข้าได้ ผู้อื่นห้ามเข้านอกจากจะได้รับอนุญาตเสียก่อน”

ฮันเม่ยหลิงซึ่งยืนอยู่ด้านในขอบประตูไปเพียงสองก้าวชะลอเท้า หันกลับมามองสาวใช้ของตนด้วยแววตาสงบนิ่ง พลางเปล่งวาจานุ่มนวลแต่หนักแน่น

“ซุนฮวา ข้ามิเป็นอันใด เจ้ากลับไปรอข้าอยู่ที่เรือนก่อน”

ซุนฮวาย่อกายอย่างนอบน้อมพลางเอ่ยตอบ

“เจ้าค่ะ”

สิ้นคำ นางถอยกายออกมาอย่างเชื่อฟัง มิกล้าชำเลืองเข้าไปอีก ก่อนจะหมุนกายก้าวกลับไปทางเดิม

ฮันเม่ยหลิงก้าวเข้าไปด้านใน ภาพเบื้องหน้าคือ ไป๋เฟิงห่าวนั่งสงบนิ่งเบื้องหน้าโต๊ะชา ใบหน้าคมนั้นไร้อารมณ์ ดวงตาคมทอดมองนางราวตรวจสอบ

เขายกถ้วยชาขึ้นจิบช้า ๆ ก่อนเอ่ยเสียงเย็นเยียบ

“เป็นคุณหนูอยู่เมืองหลวงมานานสินะ ถึงได้ตื่นสายเช่นนี้… ต่อไปในยามทุกยามเหม่าของทุกวัน… เจ้าต้องมาทำความสะอาดที่เรือนนี้และคอยรับใช้ข้า”

ฮันเม่ยหลิงก้าวมาหยุดอยู่เบื้องหน้าเขา นางพยักหน้าเล็กน้อยตอบรับ

“เจ้าค่ะ”

สายตาของไป๋เฟิงห่าวเลื่อนไปยังฝั่งที่มีถังน้ำและผ้าเปียกวางอยู่ พร้อมเอ่ยเสียงเรียบ

“ไปทำซะ”

ฮันเม่ยหลิงมองตามสายตาเขา ก่อนจะก้าวตรงไปยังถังน้ำและผ้าเปียกที่วางอยู่มุมห้อง นางโน้มตัวซุบน้ำแล้วถูพื้นห้องอย่างตั้งใจ

“ไม่ใช่ตรงนั้น!”

เสียงทุ้มเย็นของไป๋เฟิงห่าวดังขึ้นเพียงเบา ๆ ทว่าแฝงไปด้วยแรงกดดัน ฮันเม่ยหลิงที่กำลังเช็ดพื้นอยู่หยุดมือทันที นางค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นสบตาคมกล้าของเขาด้วยความไม่เข้าใจ

ไป๋เฟิงห่าวถอนหายใจอย่างรำคาญ พลันชี้ปลายนิ้วขึ้นเหนือศีรษะ เอ่ยขึ้นเสียงเรียบ

“บนนั้น”

ฮันเม่ยหลิงเหลือบตามองขึ้นไปยังคานไม้สูงใบหน้าพลันชะงัก ความหวาดหวั่นฉายชัดในแววตา

เห็นดังนั้น ริมฝีปากหยักของไป๋เฟิงห่าวกลับยกขึ้นอย่างเย้ยหยัน ก่อนเปล่งวาจาดุดัน

“ไปสิ! หรือจะรอให้ข้าไปทำเอง!”

เสียงตวาดนั้นทำให้นางสะดุ้งเฮือก รีบลุกขึ้น แล้วก้าวไปยังเสาค้ำคานอย่างมิอาจขัดขืน นางพยายามปีนขึ้นอยู่ครู่ใหญ่ ทว่าร่างบางที่อ่อนแรงมิอาจปีนขึ้นไปได้สักครา

ไป๋เฟิงห่าวทอดสายตามองอย่างเย็นชา มือใหญ่ยกถ้วยชาขึ้นจิบด้วยท่าทีสบายอารมณ์ ราวชมการแสดงไร้ค่าอยู่เบื้องหน้า

ครั้นเห็นว่านางยังปีนไม่สำเร็จ เขาก็วางถ้วยชาลงอย่างไม่สบอารมณ์ ลุกขึ้นยืน ก้าวเข้ามาประชิดโดยไม่เอื้อนเอ่ยสักคำ มือใหญ่คว้าแขนเรียวไว้แล้วออกแรงเหวี่ยงเพียงคราเดียว

ร่างบางพรึบขึ้นไปเกาะบนคานด้านบนทันที ใบหน้างามฉายชัดถึงความตกใจสุดขีด ปลายเท้าลอยกลางอากาศ นางรีบโอบไม้คานแน่นด้วยสองแขน ตัวสั่นระริกความกลัวแล่นไปทั่วร่าง แต่นางพยายามฝืนใจมิให้อ่อนแรง

ไป๋เฟิงห่าวก้าวกลับไปนั่งลงยังที่เดิม พลางเอนกายเล็กน้อย มือใหญ่ยกถ้วยชาใบเล็กขึ้นจิบอีกครั้ง สีหน้าเรียบนิ่ง หากในดวงตากลับปรากฏความพึงพอใจอย่างชัดเจน ราวกับการได้เห็นนางทรมานเช่นนี้ ทำให้รสชาติชาครานี้หอมหวานยิ่งนัก

ฮันเม่ยหลิงย่อกายบนคานไม้สูง เท้าเปล่าแทบไม่อาจหาที่วางได้ นางเอนหลังพิงเสาใหญ่เพื่อทรงตัว มือเล็กที่กำผ้าเปียกแน่นยังสั่นระริก นางสูดลมหายใจเงียบ ๆ พยายามข่มเสียงหัวใจที่เต้นแรงราวจะทะลุอก แล้วฝืนเช็ดไม้คานต่อ ทั้งที่ขาอ่อนจนเริ่มชา

ระหว่างที่นางก้มหน้าทำงาน เสียงฝีเท้าเร่งรีบดังขึ้นจากนอกประตูเรือน แล้วเสียงร้องอันร้อนรนของสาวใช้ผู้หนึ่งก็ดังทะลุเข้ามา

“ท่านแม่ทัพ! ได้โปรดช่วยคุณหนูด้วยเจ้าค่ะ! อาการเก่าของคุณหนูกำเริบตั้งแต่เมื่อวานจนตอนนี้ยังไม่ดีขึ้นเลยเจ้าค่ะ!”

ไป๋เฟิงห่าวซึ่งนั่งทอดกายจิบชาอยู่เบื้องล่างชะงักไปชั่วอึดใจ เขาวางถ้วยชาลงอย่างเยือกเย็น ลุกขึ้นโดยไร้แววลังเลไม่แม้แต่จะเหลือบมองนางที่ยังอยู่บนคานแม้แต่น้อย ร่างสูงสง่าก้าวผ่านประตูออกไปอย่างเร่งรีบ

ฮันเม่ยหลิงชะโงกหน้ามองตามแผ่นหลังเขา แววตาเต็มไปด้วยความสับสนปนลังเล แต่ริมฝีปากกลับเม้มแน่น ไม่กล้าเอื้อนเอ่ยวาจาออกไป นางได้แต่มองเสี้ยวสุดท้ายของอาภรณ์เขาที่ลับพ้นไปนอกประตู

เมื่อเสียงฝีเท้าของเขาหายลับ ความเงียบก็ถาโถมเข้าปกคลุม นางปรายตามองพื้นเบื้องล่างซึ่งสูงชันอย่างหวาดหวั่น ก่อนจะพึมพำกับตนเองเสียงแผ่ว

“แล้วข้าจะลงไปได้อย่างไรเล่า…”

นางถอนหายใจอย่างอ่อนแรง แล้วมองหาทางลงด้วยแววตาหวาดหวั่น

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel