บที่ 1.3
ในที่สุดเฉียนซีหลิวที่ปะปนกับชาวบ้าน ก็มีโอกาสได้เข้าพบไต้ซือไป๋เย่ หลวงจีนน้อยส่งกระดาษและพู่กันให้ พร้อมกับย้ำให้เขียนชื่อแซ่ วันเดือนปีเกิดด้วยลายมือตัวเอง
หลังถูกเฉียนซีหลิวคะยั้นคะยอ ในที่สุดเซี่ยเฉิงอวี่ก็เขียนลงไปเพียงหนึ่งประโยค ‘อวี่’
มองดูลายมืองดงามของอาจารย์อา เฉียนซีหลิวจึงจรดพู่กันบ้าง เขาลังเลเพราะไม่อาจเผยตัว ดังนั้นจึงเขียนนามสมมุติของตัวเองลงไป ‘โจวหลิว’
ทั้งสองไม่ได้เขียนวันเดือนปีเกิด ทั้งนี้ก็เพราะเพียงนึกสนุกอยากสนทนากับไต้ซือไป๋เย่สักครา ดังนั้นเมื่อได้พบประโยคแรกที่เจ้าอาวาสวัดหนิงอันกล่าว หลังจากที่ได้เห็นลายมือของคนทั้งคู่จึงทำให้รู้สึกประหลาดใจ
“ประสกทั้งสองหากไม่เชื่อในเรื่องนี้เหตุใดยังคงมาพบอาตมา”
“ท่านเจ้าอาวาสโปรดอย่าได้ถือสา วันนี้เพราะมีโอกาสผ่านมาพอดีจึงอยากสนทนาธรรมสักครา” เฉียนซีหลิวเกิดความรู้สึกอยากจะลองรู้เรื่องคู่ครองให้อาจารย์อาของตนสักครา “ท่านลองดูใบนี้ วันเดือนปีเกิดของเขาคือ...”
เซี่ยเฉิงอวี่ขมวดคิ้วมองอีกฝ่ายนิ่ง แต่เฉียนซีหลิวกลับยังคงยื่นกระดาษที่มีอักษร ‘อวี่ ’ ให้เจ้าอาวาส
มองดูท่าทางสง่างามซึ่งชาวบ้านธรรมดาไหนเลยจะมี รวมไปถึงลายมืออันงดงามหนักแน่นมั่นคง บ่งบอกว่าเป็นคนมากด้วยบารมี ไต้ซือไป๋เย่จึงเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
“ขอถามประสกทั้งสอง กระดาษสองใบนี้เป็นลายมือที่ประสกล้วนเขียนเองใช่หรือไม่”
“ใช่แล้ว”
“นี่คือชื่อแซ่ของประสกทั้งสองคนหรือ”
“ก็...ไม่เชิง”
ไต้ซือไป๋เย่พยักหน้าช้าๆ “แทนที่จะถามถึงเรื่องคู่ครองเช่นผู้อื่น อาตมาขอเตือนเรื่องหนึ่งกับประสกท่านนี้ เพราะอย่างไรเสียท่านก็ไม่เชื่อถือในเรื่องนี้อยู่แล้ว”
เซี่ยเฉิงอวี่สบตากับไต้ซือไป๋เย่นิ่ง ดวงตาของเขาราบเรียบไม่แสดงอาการใด ถึงอย่างนั้นไต้ซือไป๋เย่ก็ยังคงมีรอยยิ้มเข้าอกเข้าใจ
“ดวงชะตาของท่านซับซ้อน ดังนั้นโชคดีจึงมากับเคราะห์ แต่เคราะห์นั้นก็ไม่นับว่าเป็นสิ่งเลวร้าย ไม่เพียงไม่นับเป็นเคราะห์ร้าย แต่ยังเป็นสิ่งที่ช่วยให้ท่านแคล้วคลาดปลอดภัย ถึงเวลาทุกอย่างจะผ่านพ้นไปอย่างราบรื่น”
ไต้ซือไป๋เย่เขียนยันต์รูปร่างแปลกตา ทับลงไปยังลายมือของเซี่ยเฉิงอวี่ จากนั้นพับเป็นสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก “อักษร ‘อวี่’ เพียงตัวเดียว แต่กลับสามารถเชื่อมดวงชะตาสองดวงเอาไว้ด้วยกัน”
กล่าวจบก็ใส่กระดาษใบนั้นลงไปในถุงปักมงคลที่มีตราประทับของวัดหนิงอัน
“แม้ยังคงไม่เชื่อถือ แต่อาตมาขอให้ประสกพกติดตัวเอาไว้ วันนี้ตอนขากลับขอให้ประสกทั้งสองใช้ประตูทิศตะวันออก ลองทำตามสักครา แล้วจะตระหนักว่าทุกสรรพสิ่งบนโลก ล้วนถูกสวรรค์กำหนดเอาไว้แล้ว ส่วนประสกท่านนี้...”
ไต้ซือไป๋เย่เงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนส่งกระดาษที่มีลายมือของเฉียนซีหลิวคืนให้ “ชะตาของท่าน ฟ้าดินเท่านั้นที่สามารถล่วงล้ำ ขออภัยที่อาตมาไร้ความสามารถ”
เฉียนซีหลิวเลิกคิ้วสบตากับเซี่ยเฉิงอวี่ ทั้งสองคนจากมาโดยไม่พูดอะไร ระหว่างเดินออกมาจากวัดโดยใช้ประตูทางทิศตะวันออก เซี่ยเฉิงอวี่ไหนเลยจะรู้ตัวว่าถุงปักมงคลได้หล่นหาย กระทั่งกลับถึงจวนเขาจึงตระหนัก
ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้ใส่ใจ เพราะแต่แรกก็ไม่เชื่อถือในเรื่องนี้ ดังนั้นกว่าจะรู้สึกเสียใจในภายหลังก็สายเกินไปเสียแล้ว
เวลาใกล้เย็นย่ำไม่ไกลจากหน้าวัดทางฝั่งประตูทิศตะวันออก กลับยังคงมีคนกลุ่มหนึ่งเดินวนเวียน เสียงสั่งการยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนั้นก็มีเสียงปลอบโยนอันอ่อนโยน
“ท่านแม่รอง ในเมื่อหายไปแล้วก็แล้วไปเถิดเจ้าค่ะ เย็นย่ำแล้วเรากลับดีหรือไม่ ป่านนี้ท่านพ่อคงเป็นห่วงแย่แล้ว”
“นั่นสิเจ้าคะท่านแม่ เรากลับกันเถิดข้าเหนื่อยแล้ว ทั้งยังหิวด้วย ในเมื่อหายไปแล้วมิสู้พรุ่งนี้เรามาใหม่...”
“เจ้ายังจะพูดมากความ เพราะเจ้าที่เอาแต่บ่นพร่ำน่ารำคาญ ดูสิถุงปักมงคลที่เพิ่งได้มาของพี่สาวเจ้าเลยหายไปเช่นนี้ เป็นข้าไม่ดีเอง ยังไม่รีบไปช่วยหาอีก”