บทที่ 1.1
บ้านสิริวดี
อรรัมภากลับเข้าบ้านมาในตอนค่ เห็นไฟในห้องโถงเปิดสว่าง เมื่อก้าวเท้าเข้ามาก็เห็นพี่ชายนั่งยิ้มต้อนรับอย่างอารมณ์ดี อำพลเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศในวันนี้ แต่ท่าทางดูไม่อิดโรยอ่อนล้าเลยสักนิด ตรงกันข้ามกลับดูสดใสกระชุ่มกระชวยกว่าตอนไปด้วยซ้ำ
“พี่พลกลับมาตอนไหนคะ” อรรัมภาเอ่ยทักทายพี่ชายด้วยรอยยิ้ม
อำพลดึงตัวน้องสาวเข้ามากอดด้วยความคิดถึงครอบครัวสิริวดีเหลือกันแค่สองพี่น้องเท่านั้น หลังจากที่บิดาและมารดาล่วงลับจากไปก่อนวัยอันควร
มารดาของสองพี่น้องเสียชีวิตไปเมื่ออรรัมภาอายุเพียงสิบขวบ ต่อมาบิดาของทั้งคู่ก็ครองตัวเป็นโสดและดูแลบริษัทน้ำตาลไปพร้อมๆ กับลูกชายหญิงทั้งสอง
จนเมื่อห้าปีที่แล้ว บิดาล้มป่วยลงกะทันหันด้วยโรคเส้นเลือดสมองแตกและจากไปในที่สุด
อำพลซึ่งในขณะนั้นเรียนจบปริญญาโทจากต่างประเทศพอดี ต้องรีบกลับมาจัดการงานศพของบิดา และสืบทอดกิจการบริษัทน้ำตาลของครอบครัวต่อ พร้อมกับดูแลน้องสาวคนเดียวอย่างอรรัมภามาจนทุกวันนี้
“พี่เข้าบ้านมาเมื่อตอนเย็นนี่เอง อรไปไหนมาล่ะ” พี่ชายตอบพร้อมคลายอ้อมกอดให้น้องสาวนั่งลงข้างๆ
“ไปทำบุญกับนภัสมาค่ะ”
“แล้วไม่ชวนยัยนภัสมาบ้าน พี่ไม่ได้เจอนภัสมานานมากแล้ว” อำพลเอ็นดูเพื่อนรักของน้องสาวประดุจน้องแท้ๆ ของตนเองอีกคน
“ทำบุญกินข้าวแล้วก็แยกกันค่ะ นภัสมีธุระต่อ อรไปซื้อของในซุปเปอร์มาร์เกตนิดหน่อยแล้วถึงค่อยเข้าบ้านมา พี่พลกินข้าวหรือยังคะ”
“พี่เรียบร้อยมาจากสนามบินแล้ว พี่รออรเพราะมีเรื่องสำคัญอยากจะบอก” ท่าทีของอำพลเป็นงานเป็นการขึ้นมาเล็กน้อย อรรัมภาตั้งใจรอฟังว่าพี่ชายจะพูดอะไร
“จำเรื่องที่คุณพ่อเคยสั่งไว้ได้ไหม” พี่ชายเท้าความถึงเรื่องเก่าในอดีตที่สองพี่น้องไม่มีวันลืม
อรรัมภาสบตาพี่ชายแล้วพยักหน้า เรื่องสำคัญเช่นนี้คงไม่มีใครกล้าลืมแน่ โดยเฉพาะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับครอบครัวและตัวเธอเอง ยิ่งไม่เคยลืมเลยสักวินาที
“พี่คิดว่า เราพร้อมจะจัดการเรื่องนี้แล้ว น้องอรพร้อมไหม” อำพลถามความคิดเห็นน้องสาว
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจของครอบครัว แต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับน้องสาวคนเดียวโดยตรง และจะว่าไปนี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้อำพลทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมด ตั้งแต่เข้ามารับหน้าที่ผู้บริหารบริษัท
ก็เพื่อวันนี้ …
วันที่จะปลดหนี้สินก้อนใหญ่ และคืนอิสรภาพในชีวิตให้อรรัมภา น้องสาวสุดที่รักของเขานั่นเอง
“อรพร้อมค่ะ พี่พลจะจัดการอย่างไรว่ามาเลย” อรรัมภาพยักหน้าเล็กน้อย รู้สึกตื่นเต้นกับข่าวดีที่ได้รับ
“เงินสิบล้านที่คุณพ่อยืมมาตอนขยายธุรกิจ หลายปีนี้พี่เอากำไรมาเก็บไว้ในบัญชี และเอาเงินไปต่อเงินให้มันพอกพูนขึ้น ตอนนี้พี่พร้อมจะคืนเงินก้อนนี้ให้คุณลุงสันต์แล้ว”
“ถ้าเอาเงินก้อนนี้ออกมา บริษัทจะไม่มีปัญหาเรื่องสภาพคล่องหรือคะ” อรรัมภาเกรงว่าบริษัทจะมีปัญหาเรื่องเงิน
“ไม่จ้ะ เพราะเงินก้อนนี้พี่เอามาเก็บไว้ต่างหาก เพื่อต้องการคืนเงินให้คุณลุงสันต์ตั้งแต่คุณพ่อยังไม่เสีย อรไม่ต้องเป็นห่วง ตอนนี้บริษัทมีกำไรที่จะเลี้ยงตัวเองได้แล้ว” อำพลอธิบายให้น้องสาวสบายใจ
“ถ้างั้นก็ดีค่ะ คุณพ่อจะได้หมดห่วงเสียที”
“พี่ให้คนติดต่อคุณลุงสันต์ไปแล้ว แต่ว่า...”
“มีปัญหาอะไรหรือคะ” อรรัมภาถามด้วยความสงสัย
“เจ้าหนี้ของเราต้องการให้อรเป็นคนเอาไปคืนด้วยตัวเอง พี่เลยมาถามความสมัครใจก่อนว่า อรสะดวกจะเอาไปคืนเองไหม”
“ไม่มีปัญหาค่ะ เรื่องนี้อรจัดการเอง พี่พลไม่ต้องเป็นห่วง ว่าแต่ทางโน้นนัดที่ไหนเมื่อไรคะ”
“วันมะรืน ที่บ้านเก่าของคุณลุงสันต์ เดี๋ยวพี่ให้คนรถไปเป็นเพื่อนแล้วกัน”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ อรไปเองได้ อรจะได้จัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย ขอบคุณพี่พลมากนะคะ ถ้าคุณพ่อยังอยู่ท่านต้องดีใจมากที่มีเงินคืนเพื่อนเก่าอย่างคุณลุงสันต์แล้ว” อรรัมภาพนมมือไหว้พี่ชายด้วยความซาบซึ้ง
เงินสิบล้านไม่ใช่แค่หนี้สินที่ทำให้บิดากังวลจนวันสิ้นลมหายใจ แต่อรรัมภาเองก็ติดร่างแหกับเงินก้อนนี้ไปด้วย เมื่อเรื่องนี้กำลังจะจบสิ้นปัญหาของเธอที่คาราคาซังก็คงจะจบสิ้นด้วยเช่นกัน
ชีวิตใหม่ที่อรรัมภารอคอย กำลังจะเริ่มต้นแล้วในเร็วๆ นี้
เลี้ยวโค้งข้างหน้าก็จะถึงบ้านคุณลุงสันต์แล้ว หลังจากที่ตกลงกับอำพลเรียบร้อย อีกสามวันอรรัมภาก็มาที่นี่เพียงลำพังพร้อมเช็คเงินสดมูลค่าสิบล้าน เพื่อปลดเปลื้องภาระหนี้สินที่มีมายาวนานของครอบครัว
ครอบครัวของอรรัมภากับเจ้าหนี้มีความผูกพันกันมาอย่างยาวนาน คุณลุงสันต์และบิดาของเธอเป็นเพื่อนรักเพื่อนเกลอกันมาตั้งแต่สมัยเด็ก
จนเมื่อโตขึ้นบิดาของอรรัมภาเข้ามาเรียนต่อในกรุงเทพฯ ได้โอกาสตั้งบริษัทน้ำตาล อันเป็นธุรกิจของครอบครัวมาจนถึงทุกวันนี้
ส่วนคุณลุงสันต์นั้นยังคงสร้างครอบครัวอยู่ที่บ้านเกิด ด้วยการทำไร่ทำสวน ซึ่งเป็นมรดกตกทอดของครอบครัวมาแต่ก่อน อรรัมภาจำได้ว่าตอนเด็กๆ บิดาเคยพามาที่นี่หลายครั้ง และทุกครั้งที่มาคุณลุงสันต์จะให้ความเมตตาเอ็นดูเธอสองพี่น้องเสมอมา
แม้กระทั่งตอนที่บิดาคิดจะขยายกิจการบริษัทน้ำตาลให้เติบโตขึ้น แต่ขาดสภาพคล่องทางการเงิน อรรัมภายังจำได้เลยว่าบิดากลัดกลุ้มและคิดหาทางออกอยู่นานเป็นเดือน
จนในที่สุดเมื่อคุณลุงสันต์รู้เรื่องทุกอย่างก็คลี่คลาย บริษัทน้ำตาลสิริวดีเติบโตได้จนทุกวันนี้ ผงาดขึ้นเป็นบริษัทส่งออกน้ำตาลอันดับหนึ่งของประเทศได้นั้น ก็เป็นเพราะเงินสิบล้านที่คุณลุงสันต์หยิบยื่นมาให้นั่นเอง แต่...
ทุกอย่างไม่ได้มาง่ายดาย เพราะเงื่อนไขที่คุณลุงสันต์ให้ไว้เป็นหลักประกันในเงินสิบล้านนี้ ทำให้ชีวิตของอรรัมภาเปลี่ยนไปจนกระทั่งทุกวันนี้
อรรัมภาเลี้ยวรถมาจอดที่หน้าบ้านไม้สองชั้น ซึ่งจำได้แม่นยำว่าคือบ้านของคุณลุงสันต์ หญิงสาวดับเครื่องแล้วก้าวลงมามองหาว่ามีใครอยู่บ้าง
ในใจคิดว่าไม่ได้เจอคุณลุงผู้แสนอารีมาหลายปีนับจาก ‘วันนั้น’ ไม่รู้ว่าป่านนี้คุณลุงจะเป็นอย่างไรบ้าง
