บทที่ 6 พี่ปี 2
2 สัปดาห์ต่อมา ~
@มหาวิทยาลัยSN
ด้านอินนาหลังจากที่ฉันพลาดมีวันไนท์สแตนด์กับผู้ชายหน้าหล่อคืนวันนั้น ฉันก็เหมือนคนอกหักที่หลงเสน่ห์ผู้ชายคนนั้นอย่างถอนตัวไม่ขึ้น แต่ก็น่าอายมากเช่นกันที่ฉันเผลอทำอะไรบ้าๆลงไป ไม่เอาไม่คิดดีกว่า อดีตช่างมัน ทำปัจจุบันให้ดีที่สุดก็พอ
ร่างบางในชุดนักศึกษากระโปรงพลีทสั้นเลยเข่า ผมสีบลอนด์ทองดัดสั้น สวมทับด้วยแว่นสายตากรอบทรงกลม ในมือหอบชีทงาน สวมด้วยรองเท้าผ้าใบ ตั้งแต่ฉันอกหักจากชายหนุ่มไม่ทราบชื่อในคืนวันนั้น หลังจากเรื่องคืนนั้น ฉันก็ตัดสินใจตัดผมสั้น ตัดเพื่อลืม เขาหล่อ เขาดูดีขนาดนั้นคงมีแฟนแล้วละ เป็นไงละฉันอกหักกับผู้ชายชั่วข้ามคืน
และวันนี้ก็เป็นอีกวันที่ฉันมีเรียนเช้า ฉันเปิดเทอมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว วันนี้หลังจากเลิกคลาสเช้า ฉันมีไปรับน้องต่อที่คณะ
ร่างบางในชุดนักศึกษาเดินออกจากอาคารเรียนมุ่งหน้าไปยังโรงอาหารของมหาวิทยาลัย
“แกฉันได้ยินพวกพี่เมรี่บอกว่า น้องปี 1 คณะเราปีนี้ งานดีทั้งนั้น ไปรับน้องกันไหม น่าสนุกดีนะ” ยัยปูเป้ หันมาชวนฉันและยัยนาเดียร์
“ฉันรู้แล้ว ถ้าพวกแกสองคนไม่รีบมาก ฉันกะจะชวนไปส่องน้องๆหนูๆกันอยู่พอดี” ยัยปูเป้ มองหน้าฉันรู้กันว่านางคิดอะไร
~ 2 ชั่วโมงต่อมา ~
@ใต้อาคาร 5 คณะบริหารธุรกิจ
ทว่าขณะที่ฉันยัยนาเดียร์ ยัยปูเป้ ทานข้าวเสร็จนั่งเม้าท์มอยกันได้สักพักใหญ่ๆ พวกเราก็มาดูเขารับน้อง ซึ่งมีเพื่อนๆรุ่นพี่ในคณะกันหลายคนที่กำลังรับน้องร้องเล่น เต้นกันอย่างสนุกสนาน ฉันที่ตอนแรกแค่นั่งมองน้องๆ เต้นกันอย่างสนุกสนาน จนตอนนี้ฉันและยัยปูเป้ เริ่มทนมองเพื่อนๆน้องๆ พี่ในคณะสนุกสนานกันไม่ไหวแล้วนั้น
“ปะพวกมึง โชว์หน่อย” ปูเป้เอ่ยชวน ทั้งสองสาว
“พวกมึง เอาเลยกูเจ็บขา” ยัยนาเดียร์ออกตัวแล้วหนึ่ง
“อินนา”
“จัดไป” เอ่ยจบ ร่างบางก็เดินไป เต้นกับกลุ่มรุ่นน้องปีหนึ่ง เมื่อเพลงมาได้จังหวะ ฉันและยัยปูเป้ พี่เมรี่พี่เอมมี่ก็ส่ายเอวไม่ยั้ง
“มาแล้ว” เพื่อนฉัน อิเป็ดนางเป็นสาวประเภทสอง ก็ประกาศใส่ไมค์ทันที
“มาๆ อินนา ปูเป้ เชิญทางนี้” ยัยเป็ดประกาศ
“มาค่ะ พี่ปี 2 มาแนะนำตัวกับน้องๆ หน่อย”
“พี่ชื่อพี่อินนานะคะ ปี 2 ห้อง 1 ค่ะ”
“น่ารักมาก” ทว่าขณะอินนาแนะนำกับรุ่นน้องเสร็จ เสียงโฮ่แซวของหนุ่มๆ รุ่นน้องก็ดังขึ้นมา
“น่ารัก รักครับ”
“ไม่อยากเรียกพี่ เรียกแฟนได้ไหม” แบงค์ เด็กปีหนึ่งเอ่ยขึ้นมา ท่ามกลางนักศึกษาร้อยคน ทำเอารุ่นพี่อย่างอินนาถึงกับยิ้มไม่หุบด้วยท่าทีเขินน้องปี 1
“ส่วนพี่คนนี้ ปูเป้ ปี2 ห้อง 1 ค่ะ” ปูเป้เอ่ยกับน้องปี 1
“ส่วนคนที่นั่งหลบมุม กระเป๋าสีฟ้า พี่นาเดียร์ค่ะ” เป็ดแนะนำเพื่อนๆ ทั้งสามกับรุ่นน้อง
“เดี๋ยว วันนี้พี่เป็ดจะให้พี่อินนา และพี่ปูเป้ ป้าเมรี่ ป้าเอมมี่ มาเปิดงาน รับน้องนะคะ” เปิดงานในที่นี่หมายถึง ให้พี่ๆ ทั้ง 4 คนเต้นนำน้องๆ
“หูย นี้ยังไม่เปิดอีกเหรอคะพี่ พวกหนูเต้นกันจนเอวแทบหักแล้วนะ” น้องปี 1 เริ่มจะไม่ไหว เนื่องจากเต้นกันมา 2 ชั่วโมงแล้ว
“เมื่อกี้แค่ซ้อมค่ะน้องๆ นี้สิของจริง ดนตรีมา น้องๆ ช่วยกันร้องนะคะ” จากนั้นพวกฉันทั้ง 4 คนก็ประจำที่ ในที่นี้คือบนโต๊ะหลายๆตัวต่อกัน แค่ยืนนิ่งๆ ก็คือสั่นแล้วอะ แต่นั้นเราทั้ง 4 คนก็ประจำที่
“เพลงมา”
“ฮิป ฮิปโป โอโห้ ตัวมันใหญ่ มันเดินอุ้ยอ้าย”
ด้านณคุณวันนี้หลังจากสอนนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 2 เสร็จแล้วนั้น ผมมีงานต่อที่ห้องพยาบาลเนื่องจากวันนี้เป็นเวรของผม
“อาจารย์ณคุณคะ วันนี้มีเซ็นเวรที่ห้องพยาบาลนะคะ” คุณลิชา พยาบาลที่ประจำในห้องพยาบาลเอ่ยกับผม
“ครับ” เอ่ยจบร่างสูงก็เดินออกจากตึกคณะแพทย์ศาสตร์มุ่งหน้าไปยังห้องพยาบาลที่อยู่ตึก 8 ทันที
ทว่าขณะที่ผมเดินไปยังอาคาร 8 ผ่านคณะบริหารธุรกิจตึกเชื่อมกันนั้น
“ฮิป ฮิปโป โอโห้ ตัวมันใหญ่ มันเดินอุ้ยอ้าย”
“มันเดิน อุ้ยอ้าย” เสียงนักศึกษากำลังร้องเพลงรับน้องกันอย่างสนุกสนานกันนั้น
สายตาผมกับสะดุดเข้ากับร่างบางอันคุ้นตาในชุดนักศึกษากระโปรงสั้น ผมสีบลอนด์ดัดสั้น ใบหน้าสวยสวมทับด้วยแว่นกรอบทรงกลม เธอยืนเต้นอยู่บนเก้าอี้อย่างสนุกสะบัดผม กระโปรงพริ้วอย่างไม่สนใจอะไร คงสนุกมากแหละนะ
“หรือ ผมจะตาฝาดไป เหมือนเธอคนนั้นมาก” เพราะถ้าจำไม่ผิด เธอคนนั้นผมยาว และไม่สวมแว่น ณคุณที่คิดว่าตัวเองตาฝาด ร่างสูงที่ยืนนิ่งสายตาคมเข้มจับจ้องไปยังร่างบางที่เต้น วาดลวดลายบนเก้าอี้
“แต่ท่าเต้นนี้ ส่ายเอวเบาๆแบบนี้” คุ้นมาก ณคุณจับจ้องเธอคนนั้นนานนับหลายนาที จนกระทั่ง
“อาจารย์หมอคะ มีเคสด่วนค่ะ” เสียงของคุณลิชา ทำให้ณคุณได้สติ เมื่อเป็นเช่นนั้นร่างสูงจึงรีบสาวเท้าไปยังห้องพยาบาลทันที
เมื่อ 5 นาทีที่แล้ว
ด้านอินนา ทว่าขณะที่ฉันเต้นโชว์น้องๆ ปี 1 อย่างสนุกสนานกับเพื่อนๆ ของฉันนั้น สายตาฉันกับสะดุดเข้ากับร่างสูงในชุดเสื้อกาวน์ ใบหน้าอันหล่อเหลาสวมทับด้วยแว่นสายตากรอบใส่ ฉันมองเขาในระยะไกล ร่างบางที่ออกลวดลายเต้นอย่างสนุก เมื่อเห็นคนคุนหน้าคุ้นตา ถึงกับชะงักลงเสียดื้อๆ ทำเอาน้องๆ ถึงกับสงสัยไปตามๆกัน ไม่เว้นแม่กระทั่งปูเป้
ยัยอินนาเต้นอยู่ดีๆ ทว่ายัยนี้กับหยุดเต้นเสียดื้อๆ จะว่าลืมท่าเต้น ลืมจังหวะ ก็คงไม่ใช่ เพราะเราเต้นเพลงรับน้อง ซึ่งทุกครั้งมีกิจกรรมมหาลัยเราก็มักจะเต้นเพลงนี้กัน
“อินนา แกนิ่งทำไม มีไรหรือเปล่า” ยัยปูเป้หันมาถามฉัน นั้นทำให้อินนาได้สติ
“เปล่า ไม่มีไรมึง สงสัยกูจะตาฝาดน่ะ” ใช่ ฉันคงตาฝาดไป คิดถึงมากถึงกับหลอนเลย
เมื่อเป็นเช่นนั้นอินนาจึงเต้นต่อ ทว่าพอฉันหันไปอีกที ผู้ชายที่ใส่เสื้อกาวน์คนนั้นก็ไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว
“ตาฝาดไปแน่เลย” ฉันเลิกสนใจ จากนั้นก็หันมาสนุกกับน้องปี 1 ต่อ จนกระทั่งขาที่จะก้าวลงจากเก้าอี้ ทว่าอินนากับก้าวพลาด
“กรี๊ด...”
“ตุบ” ร่างของอินนากระแทกลงบนพื้น ท่ามกลางความตกใจของนักศึกษาที่พบเห็นหลายสิบคน
“อินนา”
“ว้าย ตายแล้ว น้องอินนา” เสียงของพี่เมรี่
“เลือด แกเป็นอะไรหรือเปล่า” เสียงของยัยนาเดียร์วิ่งเข้ามาถามฉันด้วยสีหน้าเป็นห่วง
“มึง อินาเลือดมึงไหล” อินนายกมือแตะที่ศีรษะของตน ฉันรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างที่มันชื้นๆ ตรงหัวของฉัน
“อินา มึงหัวแตก”
“เลือดๆ กู” อินนาที่เห็นเลือดซึมบนหัวตน ร่างบางถึงกับหน้าซีด เป็นลมหมดสติไปทันที
“อินนา อินนา มึงได้ยินกูเปล่า” ปูเป้จบที่ใบหน้าซีดเซียว
“อืม...เลือดกู” อินนาที่ยังพอมีติบ้าง
“พวกมึง พามันไปห้องพยาบาล เร็ว” ฉันได้ยินเสียงอิปูเป้ จากนั้นในหัวของฉันก็ไม่รับรู้อะไรเลย
