คนที่รีบไปพบ
“ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าไม่ยักรู้ว่าเจ้าก็มีอารมณ์กับเขาด้วย”
“เลิกล้อเล่นเถิดพ่ะย่ะค่ะ เสด็จปู่ทรงเรียกตัวท่านแม่ทัพว่านกลับมาเมืองหลวงแล้วหรือยัง”
“เรื่องนี้ข้าไม่รอให้เจ้ามาสั่งหรอกน่า ว่านซู่หลงร่วมรบอยู่ชายแดนหลายปีถึงเวลาแล้วที่จะให้เขามาประจำการอยู่เมืองหลวง ข้าได้ส่งแม่ทัพเหวินไปทำหน้าที่แทนเขาแล้วอีกไม่นานแม่ทัพว่านคงกลับมาถึง”
“ขอบพระทัยฝ่าบาท เช่นนั้นกระหม่อมขอตัวก่อน”
“รีบร้อนไปที่ใดรึ”
“กระหม่อมมีนัดสำคัญ หากไปช้าคงไม่ดี”
“คนเช่นเจ้าน่ะหรือรู้จักใส่ใจความรู้สึกคนอื่นก็เป็นด้วย เห็นทีข้าต้องเรียกแม่นางว่านมาเข้าเฝ้าแล้วกระมัง”
“เสด็จปู่ ถ้าพระองค์เรียกนางเข้าวังมาล่ะก็เรื่องที่ทรงฝากฝังหลานอย่างข้าไว้ก็ให้คนอื่นทำแทนเถิด”
“เจ้าช่างร้ายกาจนัก จะไปไหนก็ไป” ได้ยินเช่นนั้นเยว่อ๋องไม่รอช้ารีบตรงดิ่งไปที่ประตูทันที
“ท่านอ๋องรีบไปไหนหรือขอรับ”
“ไปจวนตระกูลว่าน”
“ไปอีกแล้วหรือ เมื่อวานก็เพิ่งไปเองมิใช่รึ” หลี่จื๊อพึมพำ
“อย่าคิดว่าข้าไม่ได้ยินที่เจ้าพูดเมื่อครู่”
“ไปกันเถิดขอรับ ตะวันใกล้ตกดินแล้ว” เฟิ่งหวงส่ายหัวไปมาด้วยความระอา หลังจากได้ยินคนรับใช้ของตนเปลี่ยนเรื่องหน้าตาเฉย
“เจ้าได้เอาของที่ข้าบอกให้เตรียมมาด้วยรึไม่”
“ขอรับ บ่าวเอาไว้บนรถม้า”
“ก็ดี ข้านึกว่าเจ้าลืมเสียอีกข้าจะได้ส่งเจ้าไปที่ค่ายทมิฬ จะว่าไปแล้วเจ้าก็ไม่ได้เสียเหงื่อมานานแล้วจริงไหม”
“ขอบคุณท่านอ๋องที่เป็นห่วง แต่ข้าออกกำลังทุกวันอยู่แล้วขอรับ”
“งั้นรึ หากเปลี่ยนใจเมื่อใดก็บอกข้าได้”
เสียงก้อนหินกระทบหลังคาหลายครา ว่านซินหรงที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จเดินไปส่องดูทางหน้าต่างเจอเพียงความว่างเปล่า
“แม่นางว่าน ข้าเอง” เสียงคุ้นเคยของชายหนุ่มดังขึ้น
“คุณชายเฟิ่ง ท่านมาอีกแล้วหรือเจ้าคะ” นางถามเพราะไม่คิดว่าบุรุษตรงหน้าจะมาหานางทุกเมื่อเชื่อวันเช่นนี้ นับตั้งแต่นางถูกคุมขังให้อยู่แต่ในเรือนเขาก็มาหานางแทบทุกวันพร้อมกับยาสมุนไพรแก้พิษ
“เจ้าพูดเหมือนไม่อยากให้ข้ามา ก็ได้พรุ่งนี้ มะรืนนี้ และวันต่อ ๆ ไปข้าจะไม่มาอีกแล้ว”
“นี่คุณชายน้อยใจข้าหรือ” ซินหรงพูดกลั้วหัวเราะ
“ข้าเอายามาให้” เขาเปลี่ยนเรื่องทั้ง ๆ ที่ใบหน้าแดงระเรื่อ
“รอยพิษบนใบหน้าข้าเกือบหายดีแล้ว บุญคุณนี้ข้าจะไม่มีวันลืม”
“บุญคุณอะไรกัน ถือซะว่าข้าตอบแทนแม่นางที่อุตส่าห์ทำแผลให้ข้าก็แล้วกัน”
“คุณชาย ท่านทราบหรือไม่ว่าข้ามีว่าที่สามีแล้ว”
“รู้สิ ในแผ่นดินนี้มีใครบ้างที่ไม่รู้”
“ในเมื่อท่านรู้แล้วก็ไม่ควรมาหาบ่อย ๆ นะเจ้าคะ หากเยว่อ๋องรู้เข้าว่าข้าแอบนัดพบกับชายอื่นคนที่เดือดร้อนคือท่าน”
“เจ้าเป็นห่วงข้ารึ” แม้ตอนแรกจะรู้สึกขุ่นมัวไปบ้างยามได้ยินนางพูดว่าไม่อยากให้เขามาหาอีก แต่พอได้ฟังเห็นผลถึงยิ้มออก
“ใช่เจ้าค่ะ ข้าได้ยินมาว่าท่านอ๋องเป็นคนโหดเหี้ยมอำมหิตยิ่งนัก”
“แล้วเจ้ากลัวเยว่อ๋องผู้นั้นหรือไม่”
“ไม่รู้สิเจ้าคะ ข้ายังไม่เคยเจอเขา”
“หากข้าบอกว่าข้าคือเยว่อ๋องเจ้าจะเชื่อไหม”
“ท่านน่ะหรือคือเยว่อ๋อง นิสัยท่านแตกต่างจากเขาราวฟ้ากับเหว ท่านล้อข้าเล่นหรือเจ้าคะ”
“ข้าพูดจริง ๆ” เฟิ่งหวงบอกเสียงหนักแน่นไม่มีวี่แววล้อเล่น
“จะ...จริงหรือเจ้าคะ” เขาไม่ได้ตอบกลับอันใดแต่พยักหน้ายืนยันแทน
“เช่นนั้นข้าขอถามเหตุผลเรื่องหนึ่งได้ไหมเจ้าคะ”
“เรื่องอะไรหรือ”
“เหตุใดท่านถึงเลือกข้าเป็นพระชายาทั้ง ๆ ที่ในเมืองหลวงเต็มไปด้วยสตรีเพียบพร้อมและสามารถสนับสนุนท่านได้”
“เรื่องนั้น...”
“หรือเป็นเพราะข้าจะแต่งเข้าจวนตระกูลสวี่ ท่านเลยนึกสงสารไม่อยากเห็นข้าแต่งออกไปไกลถึงหางโจว”
