บท
ตั้งค่า

บทที่ 1.6

หมู่บ้านเหวินโหรวตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกของเทียนซาน จี้ชิงมู่ น้องสาวของมารดานางเปิดร้านหมอและตั้งรกรากอยู่ที่นี่มานานหลายปี นางแต่งงานทว่ากลับยังไม่มีบุตร ดังนั้นแล้วเมื่อเห็นหลานสาวมาเยือนก็ดีใจจนน้ำตาริน ในใจมองเห็นนางเป็นบุตรสาวไปนานแล้วนับตั้งแต่ผู้เป็นพี่สาวจากไป

“เสี่ยวหวงหรงหลานรัก!! เจ้ามาได้อย่างไร!!” จี้ชิงมู่โผเข้ากอดหลานสาวสุดรัก

“ข้ามาเยี่ยมท่านน้าเจ้าค่ะ”

“ข้ายังวางแผนไปร่วมดื่มสุรามงคลของเจ้า นึกไม่ถึงว่าเจ้ากลับเป็นฝ่ายมาเยือนข้า มาๆ เข้ามาข้างในกันก่อน ท่านพี่ปิดร้าน! วันนี้ข้าไม่เปิดร้านแล้ว!”

หลิวเจิงหัวเราะจากนั้นรับคำแล้วเชิญทุกคนเข้าไปด้านในร้าน ที่นี่ด้านหน้าเป็นร้านหมอ ด้านหลังกลับเป็นจวนหลังเล็กกะทัดรัด ถึงอย่างนั้นก็มีที่พำนักเพียงพอสำหรับขบวนเดินทาง หลิวเจิงเข้าครัวด้วยตัวเองปล่อยให้จี้ชิงมู่รับแขก เขาให้พ่อบ้านไปเตรียมที่พักให้ทุกคน จากนั้นก็เดินหายเข้าไปในครัว

การพบกันครั้งนี้นับเป็นหนึ่งในรอบสามปี จี้ชิงมู่ถึงขั้นทิ้งสามีเอาไว้ในห้อง หนีออกมาเพื่อนอนเป็นเพื่อนหลานสาวสุดรัก

“บอกน้ามาตามตรง ที่บอกว่าคิดถึงน้าแท้ที่จริงมีเรื่องอื่นใช่หรือไม่ น้าเห็นว่าเจ้าแม้ยิ้มแย้มแต่กลับแอบครุ่นคิดด้วยความกังวลบ่อยครั้ง”

เสิ่นหมิงเล่อโดนจับได้ก็ออดอ้อนผู้เป็นน้าทันที “ท่านน้ารักและเอ็นดูข้าที่สุดทั้งยังรู้ใจข้านัก ข้ามาเพราะฝันร้ายเจ้าค่ะ ตื่นขึ้นยังคงรู้สึกกังวลหากไม่มาหาท่านก็ไม่รู้ว่าจะไปหาผู้ใด”

“อย่าพูดมาดรีบบอกมาเจ้าอยากให้ข้าช่วยทำสิ่งใด”

“ข้าเพียงอยากมั่นใจว่าท่านพ่อสบายดีสุขภาพแข็งแรงเจ้าค่ะ แต่จะขอให้ท่านหมอที่ฝั่งตะวันออกช่วยตรวจ ก็เกรงว่าจะไม่เป็นความลับ ดังนั้น...”

จี้ชิงมู่หัวเราะ “เรื่องเล็กน้อยเท่านี้ ข้าก็นึกว่าเขาป่วยหนักรักษาไม่หายจนไม่อาจบอกผู้ใด ที่แท้ก็เจ้าฝันร้ายนี่เอง เจ้าวางใจได้ ท่านน้าคนนี้ของเจ้าจะช่วยเจ้าจัดการเอง เรื่องบิดาเจ้าเขาไม่มีทางขัดข้าเป็นแน่ ข้าเป็นหมอแถมยังเคยรับปากมารดาของเจ้าจะช่วยหากเขาล้มเจ็บ ข้าจะไม่ให้ผู้ใดรู้เรื่องนี้แน่นอน”

“ข้ารักท่านน้าที่สุด!”

อีกฝ่ายหัวเราะจากนั้นเลียบๆ เคียงๆ ถาม “แล้วเรื่องคุณชายสี่นั่นตกลงเกิดอะไรขึ้น เจ้ามิใช่เคยบอกว่าเขาเป็นคนนอกมาโดยตลอดหรอกหรือ เหตุใดครั้งนี้ไม่เพียงให้เขาคุ้มกันมาหาข้า แต่ยังยอมเรียกเขาว่าพี่สี่ พี่สี่เชียวนะ ยอมให้พี่เขยรับเขาเข้าทำเนียบตระกูลแล้ว? รู้หรือไม่ว่าหากรับเขาเข้าตระกูลตอนนี้จะหมายความว่าอย่างไร คิดดีแล้วหรือ”

นางถอนหายใจ “ข้าย่อมรู้เจ้าค่ะ แต่ว่า...พี่สี่ก็นับเป็นคนไม่เลว หากเป็นเขาย่อมสามารถสืบทอดเพลงกระบี่คู่ อีกทั้งหากเป็นเขาตระกูลเสิ่นก็คงไม่ต้องห่วงเรื่องอื่น ท่านพ่อเองก็รักและเชื่อมั่นในตัวเขา ข้าเชื่อว่าท่านพ่อคงมองคนไม่ผิด”

นางไม่ได้บอกเล่าว่านางเคยเห็นมาแล้ว แม้เสิ่นจิ่วนับเป็นคนนอกที่ไม่มีสายเลือดตระกูลเสิ่น ทว่าสุดท้ายแล้วกลับเป็นเขาที่ไม่คิดจะทอดทิ้งตระกูลเสิ่น อีกทั้งยังเป็นคนสุดท้ายที่ก้าวออกจากป้อมตระกูลเสิ่น ทั้งๆ ที่คนตระกูลเสิ่นสายตรงพากันทอดทิ้งอย่างไม่ลังเล

“ดูเจ้าสิ อายุเท่านี้กลับดูกังวลไม่สบายใจตลอดเวลา ราวกับว่าทุกอย่างตรงหน้ากำลังจะพังทลายลงอย่างนั้นละ บิดาของเจ้าเป็นคนเก่งกาจทั้งยังรอบคอบ เป็นเด็กเป็นเล็กไม่ต้องแบกอะไรเอาไว้ ให้บิดาเจ้าแบกก็พอ เจ้าเป็นแก้วตาดวงใจของตระกูลเสิ่น หากเขารู้ว่าเจ้าเป็นเช่นนี้มิปวดใจแย่หรือ นอนได้แล้วไม่ต้องคิดแล้ว พรุ่งนี้ข้าจะหลอกเขาออกไปข้างนอก แอบตรวจสุขภาพของเขาให้ละเอียดจากนั้นจะบอกเจ้าเป็นคนแรก โชคดีที่ช่วงนี้ข้าหลอมลูกกลอนวารีเอาไว้ถึงสามเม็ด ให้เจ้าสองเม็ดก็แล้วกัน”

“ลูกกลอนวารีหรือเจ้าคะ?”

“ใช่แล้ว ยานี้หากกินเข้าไปภายในหนึ่งเดือนแม้ร่างกายถูกพิษก็จะไม่เป็นอะไร พิษร้ายแรงเพียงใดก็จะสูญสลาย หากบาดเจ็บภายในก็จะช่วยบรรเทา เจ้าให้บิดาเม็ดหนึ่ง ส่วนเจ้าก็เก็บเอาไว้เม็ดหนึ่ง คลายความกังวลให้เจ้าในช่วงนี้ก็แล้วกัน”
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel