บท
ตั้งค่า

บทที่ 2.1

ทั้งหวังหลินและแม่นมหวังสะดุ้งดูร้อนใจขึ้นมาทันที หญิงสาวได้แต่ลอบถอนใจ ทั้งสองคงคิดว่าตนกำลังจะหาเรื่องเล่นงานซูเสวี่ยกระมัง...

“จะ...เจ็ดขวบปีเจ้าค่ะ”

ซูหนิงหย่าพยักหน้า “ข้าให้ท่านพ่อเชิญท่านอาจารย์สวีมาสอนเขียนอ่านที่จวน นั่งเรียนคนเดียวมาเดือนครึ่งรู้สึกเหงาอยู่บ้าง ท่านลองถามเสี่ยวเสวี่ยเผื่อว่านางอยากเข้าเรียนเขียนอ่านกับข้า”

สตรีทั้งสองอ้าปากค้าง “เอ่อ...”

“เริ่มจากเดือนหน้าช่วงเช้าเรียนกับท่านอาจารย์สวี หลังจากนั้นสองสามเดือนช่วงบ่ายคนของท่านป้าจะมาช่วยสอนเรื่องมารยาทและธรรมเนียมการปฏิบัติของสตรีชั้นสูง”

นางรู้ว่าเรื่องเหล่านี้อี๋เหนียงไม่รู้เพราะอีกฝ่ายมาจากตระกูลพ่อค้า ต่างจากมารดาของนางที่แม้เป็นบุตรสาวที่เกิดจากอนุ แต่บิดากลับเป็นขุนดังนั้นฐานะและชาติกำเนิดจึงนับว่าเหนือกว่ามาก

อีกไม่ถึงสองปีซูหนิงหย่าจะผ่านเข้าสู่วัยปักปิ่น ได้ยินบิดากล่าวว่าญาติฝ่ายมารดาจากเมืองหลวงจะเป็นคนจัดการงานพิธีให้โดยเฉพาะ แม้นางอยากปฏิเสธก็ดูเหมือนเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม ดังนั้นจึงได้แต่ปล่อยเลยตามเลย

อีกอย่าง...รู้ไว้ก็ดีนางจะได้ไม่เผลอทำอะไรขายหน้าตัวเอง

เห็นท่าทีลังเลเป็นกังวลของทั้งสอง หญิงสาวลุกขึ้นหลังจิบชาไปเพียงคำหนึ่ง ชานี้รสชาติแย่กว่าที่คาดทั้งยังมีกลิ่นแปลกๆ จนถึงตอนนี้จึงรู้ว่าชาที่ตนดื่มทุกวันคงเป็นชาชั้นดี และคงเป็นชาแบบเดียวกับที่พ่อบ้านดื่ม...

“ท่านจะใคร่ครวญให้รอบคอบก่อนก็ได้ ข้ายังมีเรื่องอื่นต้องไปทำ” นางจากมาโดยไม่รู้สึกรำคาญกับสายตากังขาของหวังหลิน

ตรงกันข้ามนางเข้าใจดีเพราะทุกอย่างจำเป็นต้องใช้เวลา ตลอดมาซูหนิงหย่าตั้งแง่กับทุกคนเพราะเกรงบิดาจะไม่ใส่ใจตน หวังหลินและลูกๆ มักจะถูกนางหาเรื่องให้ถูกตำหนิบ่อยครั้ง ดังนั้นการที่นางยื่นข้อเสนอย่อมถูกระแวงเป็นธรรมดา

ท่านอาจารย์สวีอนุญาตให้มีวันหยุดวันหนึ่ง ซูป๋อบิดาของนางอยู่ๆ ก็ชวนไปที่วัดเพื่อไหว้พระ ทั้งสองลงจากรถม้าเดินขึ้นบันไดไปยังโถงพระประธาน วันนี้คนพลุกพล่านอาจเพราะเป็นวันพระ หญิงสาวมองไปรอบๆ ด้วยความตื่นตาตื่นใจ เมื่อตามบิดาเข้าไปไหว้พระสายตาก็มองทุกอย่างด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“นายท่านซู”

“ท่านหมอเสวียน” ท่านหมอเสวียน?

ซูหนิงหย่าหันไปมองบุรุษวัยกลางคนที่กำลังเดินเข้ามา รอยยิ้มอบอุ่นดวงตาอ่อนโยน เขามองนางด้วยรอยยิ้มพร้อมกล่าวทักทาย

“เห็นคุณหนูซูแข็งแรงดีข้าก็สบายใจ หายดีแล้วกระมัง”

“หยาหย่ายังไม่รีบคารวะท่านหมอเสวียน”

“คารวะท่านหมอเสวียน”

“คนกันเองไม่ต้องเกรงใจ วันนี้ออกมาเดินก็ดีแล้ว ร่างกายจะแข็งแรงต้องเริ่มจากการออกกำลังแต่พอเหมาะ หน้าตาผ่องใสดวงตาเบิกบาน นับว่าหายดีจริงๆ แล้ว”

“ท่านหมอเสวียนจะไปสนทนาธรรมกับท่านเจ้าอาวาสกระมัง”

“ใช่แล้ว มิสู้นายท่านซูไปด้วยกัน”

ซูป๋อหันมามองนางครู่หนึ่ง “ลูกกับเสี่ยวอวี๋จะออกไปเดินเล่นรอบๆ รอท่านพ่อเจ้าค่ะ” นางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“เช่นนั้นพ่อไปไม่นานเจ้าก็อย่าไปไกล เสี่ยวอวี๋เจ้าดูแลคุณหนูให้ดี”

“เจ้าค่ะนายท่าน”

มองบิดากับท่านหมอเสวียนหรงเดินจากไปด้วยกัน ซูหนิงหย่าหันไปถามเสี่ยวอวี๋ “เขาเคยไปดูอาการข้าที่จวน?”

“เจ้าค่ะ ผู้ที่ไปรักษาท่านช่วงแรกๆ จนอาการดีขึ้นคือท่านหมอเสวียนหรง แต่หลังๆ เปลี่ยนเป็นคุณชายรองเสวียนอวี้เพราะท่านหมอต้องไปที่เมืองหลวง”

“อ้อ” เห็นผู้คนส่วนใหญ่เดินไปทางตะวันออกของอาราม ซูหนิงหย่ามองตาม “พวกเขาไปทำอะไรที่นั่น”

“บ่ออธิษฐานเจ้าค่ะ เชื่อกันว่าหากโยนเหรียญลงไปในบ่อแล้วอธิษฐานก็จะสมปรารถนา”

นางหัวเราะแต่ก็เดินไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น ...หากแค่ใช้เหรียญโยนลงบ่อแล้วสิ่งที่ขอเป็นจริง เช่นนั้นจะมีความพยายามไว้ทำไมกันเล่า!
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel