Without You (1)
สายน้ำเลือดและยาจำนวนมากถูกต่อเข้ากับอุปกรณ์แพทย์ที่นำมาใช้ยื้อชีวิตของหญิงสาวคนหนึ่งในห้องผ่าตัด ชุดแต่งงานของเธอเต็มไปด้วยเลือด ร่างของเธอถูกเข็นเข้ามาในห้องผ่าตัดของโรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้เมื่อหนึ่งชั่วโมงที่แล้ว ชายหนุ่มหน้าตาดีหล่อคมเข้มในชุดเจ้าบ่าวที่เต็มไปด้วยรอยเลือดคนหนึ่งกำลังเดินอย่างกระวนกระวายใจด้วยความเป็นห่วงต่อเจ้าสาวในห้องผ่าตัด เขาผุดลุกผุดนั่งจนกระทั่งมีกลุ่มคนในชุดราตรีเดินกรูเข้ามาหาเขา และหญิงคนหนึ่งอายุประมาณห้าสิบปีได้โอบกอดชายหนุ่มไว้ และชายหนุ่มคนนั้นก็ได้ปลดปล่อยน้ำตาที่อัดอั้นไว้ออกมา
“แม่วิครับ...รถสิบล้อมันวิ่งฝ่าไฟแดงมาที่รถของใหญ่ มันชนเข้าด้านที่เอื้อยนั่ง ใหญ่พยายามหักหลบแล้ว แต่ใหญ่หลบไม่พ้น กว่ารถพยาบาลจะมาถึงเอื้อยเขาก็สลบไปแล้ว แม่วิครับ...ทำไมรถมันไม่ชนด้านที่ใหญ่ขับครับ เอื้อยเข้าไปในห้องผ่าตัดนานเหลือเกิน ใหญ่เป็นห่วงเอื้อยเหลือเกิน ใหญ่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง ถ้าไม่มีเอื้อยครับแม่วิ”
เสียงสั่นเครือที่พรั่งพรูคำพูดที่กังวลอยู่ในใจของชายหนุ่มผู้ซึ่งเพิ่งผ่านนาทีวิกฤตของชีวิตมาเช่นกันนั้นทำให้ คุณหญิงวิริยา ชัยวราวงษ์ ได้แต่โอบกอดชายหนุ่มเอาไว้ราวกับเขาได้กลับกลายเป็นเด็กชายตัวน้อยอีกครั้ง
คุณหญิงวิริยารู้ดีว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้จะต้องสร้างความเสียใจให้กับ พสุ ชัยวราวงษ์ หรือใหญ่ ลูกชายคนโตของเธออย่างที่ไม่สามารถที่จะหาสิ่งใดมาทดแทนได้ โทรศัพท์ที่คุณหญิงวิริยาได้รับแจ้งจากทางโรงพยาบาลก่อนหน้านี้นั้นได้แจ้งว่า หญิงสาวในห้องไอซียูได้เสียชีวิตลงแล้วจากการเสียเลือดมากและหญิงสาวได้เคยแสดงแจ้งความจำนงที่จะบริจาคอวัยวะเอาไว้ในกรณีที่เธอเกิดเสียชีวิตลงไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม ทางโรงพยาบาลจึงต้องการให้ญาติและครอบครัวได้มายืนยันความประสงค์ของผู้ตายอีกครั้ง ก่อนที่จะทำการส่งมอบอวัยวะของหญิงสาวให้กับผู้ป่วยที่รอรับการปลูกถ่ายอวัยวะต่อไป
อุบัติเหตุที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดขึ้นในวันแต่งงานของสองครอบครัวใหญ่ที่เพียบพร้อมราวกับคู่ที่สวรรค์บรรจงสร้าง ในวันที่น่ายินดีกลับกลายเป็นวันโหดร้ายที่แสนเศร้า การสูญเสีย ศิริเพ็ญ คมประชา หรือเอื้อยกำลังสร้างความทุกข์อย่างใหญ่หลวงให้กับทั้งสองครอบครัว ในขณะที่พ่อแม่ของศิริเพ็ญก็ต้องมาทำการบริจาคอวัยวะตามที่หญิงสาวผู้ตายได้แสดงความต้องการไว้ หน้าที่ในการบอกเรื่องสะเทือนใจกับเจ้าบ่าวจึงต้องตกเป็นหน้าที่ของคุณหญิงวิริยาผู้เป็นแม่ที่ต้องแจ้งกับลูกชายของตนเอง
คุณหญิงวิริยาได้แต่กอดลูกชายคนโตผู้เป็นความหวังของตระกูล เธออยากช่วยบรรเทาความทุกข์ออกจากใจของชายหนุ่ม แต่เธอเองก็รู้ดีว่าลูกชายของเธอต้องการเวลาในการทำใจจากการสูญเสียคนรักในครั้งนี้
“ใหญ่!! ตั้งใจฟังแม่นะลูก คุณหมอแจ้งมาว่าน้องเอื้อยเธอไปสบายแล้วนะลูก” เสียงของคุณหญิงวิริยาสั่นเครือ เธอเองก็สะเทือนใจมากไม่น้อยไปกว่าบุตรชายที่เป็นดวงใจเลย
"มันไม่ใช่เรื่องจริงใช่ไหมครับ แม่บอกใหญ่ซิครับว่ามันไม่จริง แม่บอกซิครับว่าเอื้อยเขายังไม่ตาย แม่ครับ" ชายหนุ่มในอ้อมกอดถึงกับทรุดตัวลงกองอยู่กับพื้น เขากอดเข่าและน้ำตาไหลออกมาจากสองตา ช่างเป็นภาพที่น่าเวทนาเหลือเกิน
“ใหญ่ต้องทำใจนะ เราต้องยอมรับและผ่านไปด้วยกัน ในตอนนี้ใหญ่ต้องมีสติ แม่เชื่อว่าเอื้อยเขาคงไม่อยากเห็นใหญ่ร้องไห้เสียใจแบบนี้” คุณหญิงวิริยากอดปลอบลูกชาย
คุณสมใจ คมประชา และคุณณรงค์ คมประชา พ่อแม่ของ ศิริเพ็ญ หญิงสาวผู้จากไปได้เดินตรงเข้ามาหาชายหนุ่มด้วยใบหน้าที่โศกเศร้าเช่นกัน และต่างฝ่ายต่างก็โอบกอดซึ่งกันและกันด้วยใบหน้าเปื้อนน้ำตาแห่งความโศกเศร้าต่อการจากไปของหญิงสาวผู้เป็นที่รัก
“แม่สมครับ...ใหญ่ไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว ใหญ่จะอยู่ต่อไปเพื่อใครครับ” ชายหนุ่มร้องไห้คร่ำครวญกับครอบครัวประชาคม
“ใหญ่...แม่สมมาตามใหญ่ไปลาน้องนะลูก แม่สมกับพ่อคุยกันแล้วว่าเราจะเคารพการตัดสินใจของเอื้อยในครั้งนี้ พ่อกับแม่สมจะบริจาคอวัยวะของเอื้อยให้ผู้ที่รอการบริจาค ตอนนี้คุณหมอแจ้งกับแม่สมแล้วว่า หัวใจของเอื้อยสามารถส่งมอบไปยังผู้รอรับการบริจาคได้ แม่สมจะส่งต่อชีวิตของเอื้อยไปให้กับคนอื่นตามที่เอื้อยเขาตั้งใจไว้นะ ใหญ่ต้องเข้าไปลาเอื้อยพร้อมกันนะ เอื้อยจะได้ไปโดยไม่ต้องกังวล ใหญ่ไปส่งน้องกับแม่สมนะ เอื้อยจะได้หมดห่วงนะลูก” คุณสมใจกล่าวไปด้วยใบหน้าเปื้อนน้ำตา โดยมีอ้อมกอดของคุณณรงค์ประคับประคองไว้ ด้านคุณหญิงวิริยาก็ค่อยๆ พยุงพสุให้ลุกขึ้น ทั้งสี่พร้อมกับญาติคนอื่นๆ ของทั้งสองครอบครัวก็ต่างกันเข้าไปอำลาศิริเพ็ญเป็นครั้งสุดท้าย
..............................
