

10 ไม่ผิดที่จะชอบใครสักคน
“เป็นอะไรวะเธียรหน้าเครียดตั้งแต่เข้ามาแล้วนะ” เพื่อนของเธียรธวัชที่นัดออกมาดื่มเหล้าด้วยกันถามเพราะเห็นว่าตั้งแต่เดินเข้ามาในร้านเธียรธวัชก็ถอนหายใจและนั่งดื่มโดยไม่คุยกับใครเลย
“มีเรื่องเครียดนิดหน่อย”
“เรื่องงานเหรอ”
“เปล่าหรอก”
“นอกจากเรื่องงานแล้วเรายังจะมีเรื่องอะไรเครียดอีกเหรอ” เพื่อนคนหนึ่งถามด้วยความแปลกใจ
“หรือว่าเครียดเรื่องผู้หญิงช่วงนี้ฉันไม่เห็นนายควงกับใครอย่างจริงจังเลยแต่ละคนคบกันไม่ถึงสามเดือนด้วยซ้ำมีอะไรหรือเปล่า”
“ไม่หรอกก็แค่เบื่อๆ น่ะแล้วพวกนายล่ะชีวิตเป็นยังไงบ้าง”
“ก็เรื่อยๆ นะตอนนี้ฉันมีแฟนใหม่แล้ว”
“อะไรวุฒิฉันไม่เจอนายแค่หนึ่งเดือนนายมีแฟนใหม่แล้วเหรอ”
“อือ คนนี้จริงจังเลย”
“ฉันก็เห็นว่านายพูดแบบนี้ทุกครั้งคราวนี้ไปหลอกผู้หญิงที่ไหนมาอีล่ะ”
“ไม่ได้หลอกนะน้องเขาเข้ามาหาเอง”
“ถ้าจริงจังก็แต่งเลยสิ”
“ยังแต่งไม่ได้หรอกน้องเขาเพิ่งเรียนมหาลัยปีหนึ่งเอง"
“เฮ้ยไอ้วุฒิระวังติดคุกนะ” ชินรีบเตือนเพื่อน
“ติดคุกที่ไหนล่ะ น้องเขาอยู่ปีหนึ่งบรรลุนิติภาวะแล้ว”
“มีแฟนเด็กแบบนั้นไม่ปวดหัวตายเหรอวะ เด็กนะทั้งขี้อ้อนทั้งเอาแต่ใจ”
“ฉันว่าน่ารักดีนะ อยู่กับเธอแล้วโลกมันสดใส นายลองมีแฟนเด็กดูบ้างสิเอก”
“ฉันไม่เอาด้วยหรอกนะมีแฟนเด็กแบบนั้นน่ารำคาญจะตายต้องให้เราคอยเอาใจตลอดบางครั้งก็คุยภาษาอะไรก็ไม่รู้ฟังไม่รู้เรื่องเลย” เอกที่เคยมีประสบการณ์มีแฟนเด็กมาแล้วบอกกับเพื่อน
“แต่แฟนฉันไม่เป็นแบบนั้นนะน้องเขาน่ารักดีช่างอ้อนเหมือนลูกแมวน้อยเลยแหละ”
“ฉันไม่เคยเห็นนายคบกับผู้หญิงที่อายุเท่ากันเลยสักครั้งและนะวุฒิ”
“ก็ฉันมันพวกชอบเด็กไงล่ะ”
“แต่ก็ดูดีๆ ด้วยแล้วกันระวังจะติดคุกเอานะ”
“น้องเขาอยู่ปีหนึ่งไม่เด็กแล้วปีหน้าก็จะยี่สิบแล้วล่ะ”
“แต่เธอก็ยังเรียนไม่จบนี่” เธียรธวัชที่นั่งเงียบอยู่นานพูดขึ้นบ้าง
“เดี๋ยวนี่ใครเขาสนใจเรื่องนั้นกันล่ะ”
“แล้วเด็กในปกครองที่นายไปรับมาจากนครสวรรค์ล่ะเป็นยังไงบ้าง ตอนนี้เข้ามหาวิทยาลัยหรือยัง”
“ยังเลยบัวเพิ่งอยู่ ม.6เอง”
“ฉันชักสงสัยแล้วว่าที่นายไม่คบผู้หญิงคนไหนอย่างจริงจังเพราะรอน้องบัวคนนี้หรือเปล่า” ชินอดแซวไม่ได้เพราะเขาเคยเจอบัวบงกชมาแล้วเมื่อครั้งที่ไปงานรับปริญญาของธัญวดีและเด็กคนนั้นก็หน้าตาสวยใช่ได้เลยทีเดียว
“จะบ้าเหรอบัวยังไม่บรรลุนิติภาวะเลยนะ อย่าหาคุกหาตารางมาให้ฉันสิชิน” เขาหันไปพูดกับเพื่อน
“นายพูดแบบนี้แสดงว่ารอให้น้องเขาอายุครบอยู่ใช่ไหมล่ะ แต่อายุนายกับน้องเขาห่างกันสิบกว่าปีเลยนะจะคุยกับรู้เรื่องเหรอ”
“ไม่รู้สิช่วงนี้ไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่ บัวเขาอยู่โรงเรียนประจำน่ะ”
“แต่โรงเรียนประจำก็มีวันให้กลับบ้านไม่ใช่เหรอ”
“เขาทำเรื่องขออยู่ที่นั่นยาวจนปิดเทอม”
“มันเกิดอะไรขึ้นหรือนายไปทำรุ่มร่ามกับเด็กนั่นจนเขากลัว”
“ไม่ใช่หรอกช่วงหลังฉันไม่ค่อยมีเวลาอยู่บ้านธัญญ่าก็ไปเรียนต่างประเทศเขากลับมาที่บ้านไม่มีใครก็เลยขออยู่ที่หอน่ะ”
“ฉันว่าแปลกๆ นะ”
“แปลกยังไงล่ะเอก”
“ก็คนเราจะอยู่หอพักทั้งเทอมได้ยังไงล่ะหรือน้องเขาอาจจะแอบมีแฟนไว้ที่หอก็ได้นะ”
“ไม่หรอกมั้งฉันเคยถามแล้วบัวบอกว่าจะไม่มีแฟนจนกว่าจะเรียนจบปริญญาตรี”
“นายถามเธอเมื่อไหร่ล่ะ”
“ถามตอนเธอบัวย้ายมาน่ะตอนนั้นเธออยู่ ม.4”
“ตอนนี้เธออยู่ ม.6 แล้วนะ โตขึ้นสาวขึ้นความคิดก็เปลี่ยนไปฉันว่าเด็กนายแอบมีแฟนอยู่ในโรงเรียนแน่ๆ ถึงไม่อยากจะกลับบ้าน”
“อย่าใช้คำว่าเด็กฉันสิเดี๋ยวน้องเขาจะเสียหาย”
“เฮ้ยเราคุยกันแค่ในกลุ่มไม่เสียหายอะไรหรอก แต่ฉันอยากจะเตือนนายไว้นะเห็นเลี้ยงมาตั้งหลายปีถ้าไม่คิดอะไรมากก็ปล่อยน้องเขาไปมีแฟนไปใช้ชีวิตแต่ถ้าคิดก็ควรจะตัดไฟตั้งแต่ต้นลมนะ ตอนนี้เขายังอยู่ในหอคงทำอะไรไม่ได้แต่ถ้ามีโอกาสออกมาอยู่ข้างนอกหรือเรียนจบมัธยมมันก็อันตรายมากๆ อย่าเห็นหาว่าฉันใส่ร้ายใครเลยนะเด็กวัยรุ่นสมัยนี้แก่แดดกันจะตาย เด็กข้างบ้านฉันน่ะอยู่แค่ ม.5 เองแต่ก็พาแฟนมาอยู่ด้วยกัน”
“พ่อแม่เขาไม่ว่าเหรอ”
“พ่อแม่ไม่รู้น่ะสิ เด็กก็แอบออกมาหากันตอนกลางวันพอตอนเย็นก็กลับบ้านตามปกติ”
“แต่บัวคงไม่เป็นแบบนั้นหรอกนะ”
“ฉันก็ไม่ได้ว่าบัวของนายจะเป็นแบบนั้นฉันแค่พูดเฉยๆ ว่าเดี๋ยวนี้โลกมันเปลี่ยนไปแล้วสื่ออินเตอร์เน็ตสื่อลามกต่างๆ มันเข้าถึงได้ง่ายมากๆ”
“นายอย่าพูดให้เธียรมันกลัวสิ ดูหน้ามันเครียดมากกว่าเดิม”
“ฉันก็แค่พูดไปตามเนื้อผ้าแต่นายเครียดจริงๆ เลยนะเธียรแสดงว่านายแอบคิดอะไรกับเด็กที่ชื่อบัวนั้นใช่ไหม” ชินถามย้ำ
“มันก็มีคิดบ้างบัววันนี้ไม่เหมือนกับบัววันที่ฉันไปรับมาเลยเธอโตขึ้นสวยขึ้นและไม่ใช่เด็กเหมือนสองปีก่อนแล้ว”
“ขนาดนายที่เห็นเธอมาตั้งแต่เป็นเด็กกะโปโลยังรู้สึกว่าเธอสวยขึ้นโตขึ้นแล้วไม่คิดเหรอว่าผู้ชายคนอื่นจะไม่มองเธอว่าสวยบ้างเหรอ”
“แล้วฉันควรทำยังไงวะ”
“ถ้าเป็นคนอื่นฉันจะบอกให้นายรวบหัวรวบหางแต่นี่เห็นว่าเด็กบัวนั่นเป็นเด็กดีตั้งใจเรียน ถ้านายคิดว่าอยากจะจริงจังกับเธอก็รอให้เธอบรรลุนิติภาวะแล้วเปิดอกคุยกันแต่ถ้าคิดว่าจะเล่นๆ ก็อย่าเลยเดี๋ยวมันจะมองหน้ากันไม่ติด ฉันรู้มาว่ายายของเธอมีบุญคุณกับนายมากใช่ไหมล่ะ”
“ใช่ยายของบัวเป็นคนเลี้ยงฉันมา”
“ยายเลี้ยงนายมาก็จริงแต่ก็ไม่ได้มีความเกี่ยวพันอะไรทางด้านสายเลือดเลยมันไม่ผิดหรอกนะถ้านายจะชอบใครสักคน” เอกพอจะมองออกว่าเพื่อนของตนรู้สึกยังไงกับเด็กในปกครองของตนเอง
“ฉันก็แค่กลัวว่าถ้าบัวรู้ความรู้สึกของฉันเธอจะโกรธจะเกลียดฉัน”
“อย่าคิดมากสิ ฉันว่าเสือผู้หญิงอย่างนายมีวิธีรับมือผู้หญิงอีกเยอะ” วุฒิพูดให้กำลังใจเพื่อน
“นั่นมันผู้หญิงคนอื่นแต่กับบัวเวลาฉันอยู่ใกล้ฉันก็รู้สึกไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเองเลยเด็กนั่นก็ช่างพูดช่างจาเหลือเกิน ขนาดไม่ได้เจอกันบางครั้งเธอก็โทรมาอ้อนมาทำเสียงหวานมันทำให้ฉันหวั่นไหวมากๆ”
“นั่นไงฉันบอกแล้วการมีแฟนเด็กมันดีมากๆ มันทำให้หัวใจกระชุ่มกระชวยทำงานมาเหนื่อยๆ ได้ยินเสียงพี่คะพี่ขาเป็นใครจะทนไหว” วุฒิพูดแล้วยิ้มเมื่อนึกถึงแฟนของตัวเอง
“เห็นที่ฉันจะต้องตัดสินใจทำอะไรสักอย่างแล้ว”
“แต่อย่าลืมล่ะถ้าไม่คิดจริงจังก็อย่าไปยุ่งกับเธอ” ชินย้ำอีกครั้ง
“อือ ถ้างั้นฉันขอตัวกลับก่อนนะ”
“อ้าวจะรีบกลับไปไหนล่ะ นี่มันยังเพิ่งเที่ยงคืนเองนะ”
“รีบกลับไปนอนนะ ฉันเพิ่งนึกได้ว่าพรุ่งนี้มีธุรต้องไปทำ เจอกันศุกร์หน้าแล้วกันนะ”
เธียรธวัชโบกมือให้เพื่อนก่อนจะรีบกลับขับรถกลับมายังบ้านของตัวเองจากนั้นเก็บของใช้ส่วนตัวลงกระเป๋า ชายหนุ่มจองโรงแรมที่เดียวกับบัวบงกชจากนั้นก็รีบเข้านอน
เขาคิดว่าพรุ่งนี้จะไปดูด้วยตาตัวเองว่าที่บัวบงกชบอกจะไปเที่ยวกับเพื่อนนั้นมีแค่เพื่อนผู้หญิงกลุ่มของเธอหรือมีเพื่อนผู้ชายไปด้วย เขาไม่ถามตั้งแต่แรกเพราะไว้ใจแต่เมื่อได้คุยกับเพื่อนมันก็ทำให้เขารู้สึกระแวงเด็กของเขาที่เฝ้ารอคอยมาหลายปีจะไปเป็นของผู้ชายคนอื่นไม่ได้
