ตอนที่ 4[ห้องข้างทำเหตุ]
เล่ห์ร้ายมาเฟียเถื่อน
ตอนที่4
[ห้องข้างทำเหตุ]
อิงดาวอยู่ในชุดนิสิตนักศึกษา ก้าวลงจากรถเมล์ประจำทาง ร่างเล็กเดินเข้ามาในคอนโดฯ แล้วรีบวิ่งเข้าลิฟต์เมื่อเห็นมีชายหญิงหลายคนกำลังก้าวเข้าไป
เมื่อผู้โดยสารเข้ามาเต็ม คนที่ยืนใกล้แผงกดขึ้นชั้นที่ต้องการ แต่ละคนก้าวออกไปเกือบหมด คงเหลืออิงดาวกับสาวสวยอีกคน ทั้งคู่ยังไม่ทันได้เอ่ยอะไรออกมา ประตูลิฟต์ก็เปิดออก
สาวสวยหุ่นดีเหมือนนางแบบก็ก้าวนำเธอออกไปเสียก่อน ทำให้อิงดาวก้าวตามไปติด ๆ
อิงดาวก้มล้วงเข้าไปในกระเป๋าใบเล็ก เพื่อหาคีย์การ์ด เมื่อพบสิ่งที่ต้องการจึงเงยหน้าขึ้นแตะที่ขอบประตู
ทว่าสายตาของเธอก็เหลือบไปเห็น ผู้หญิงคนเดิมกำลังผลักประตูก้าวเข้าไปในห้องข้าง ๆ ที่อยู่ติดกับเธอ
อิงดาวใจชื้นขึ้นมาเมื่อรู้ว่าห้องข้าง ๆ ที่อยู่ติดกัน เป็นสาวสวยคนนั้นที่เข้าพักอาศัย เธอมาพักที่นี่ได้หนึ่งสัปดาห์แล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นเพื่อนร่วมชั้นเดียวกัน
อิงดาวผลักประตูก้าวไปในห้อง หญิงสาวมีรอยยิ้มออกมา เมื่อรู้ว่าห้องข้าง ๆ มีเจ้าของเป็นผู้หญิงเหมือนกัน
“ไว้โอกาสหน้าค่อยเข้าไปทักทำความรู้จักกันก็ได้” เธอได้แต่พึมพำอยู่ตามลำพัง
เมื่อคิดได้ดังนั้นเธอจึงเดินเข้าครัว เพื่อไปสำรวจดูว่าพอจะมีอะไรเป็นมื้อเย็นวันนี้ได้บ้าง
“อ่า! ในตู้เย็นมีหมูมีไข่ผัดมาม่ากินดีกว่า” หญิงสาวจัดการผัดมาม่าตามที่ ต้องการ เมื่อเสร็จเรียบร้อยจึงถือจานมาม่ากับขวดน้ำ มานั่งลงที่โซฟา
มือเรียวคว้ารีโมทเปิดทีวีนั่งดูซีรีย์เรื่องโปรดไปด้วย
เมื่ออิ่มท้องจึงเดินไปหยิบรายงานมานั่งทำอยู่หน้าทีวีไปเรื่อย ๆ
ครั้นแหงนขึ้นมองที่นาฬิกาแขวนผนัง ก็พบว่าสามทุ่มเข้าไปแล้ว
อิงดาวจึงขยับกายนั่งตัวตรง บิดกายไปมาเพื่อไล่ความปวดเมื่อย
“อ่า! นั่งนานไปเมื่อยเหมือนกันแฮะ!” หญิงสาวครางออกมาเบา ๆ
ก่อนจะลุกขึ้นยืนเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวเข้าไปอาบน้ำ แล้วค่อยกลับมานั่งทำรายงานต่อ
ร่างเล็กหยิบชุดนอนแบบกระโปรงมาสวมใส่ ก่อนจะเดินไปนั่งทำรายงานต่อให้เสร็จ เพราะพรุ่งนี้ตั้งใจจะเอารายงานไปส่งอาจารย์แต่เช้า
ขณะที่หญิงสาวตั้งใจทำรายงานอยู่นั้น จู่ ๆ หูก็ได้ยินเสียงหนึ่งแว่วเข้ามา
“อ๊าส์ ซี้ดด!” อิงดาวกลอกตามองบน นิ่งงันเอียงหูฟังอย่างตั้งใจ ว่าต้นต่อของเสียงมาจากทางไหน
ทว่าเสียงนั้นก็เงียบไป เธอจึงตั้งหน้าตั้งตาทำรายงานต่อไปให้เสร็จ
“เราคงจะหูแว่วไปเองสิเนอะ” หญิงสาวครางงึมงำ ก่อนจะลุกขึ้นเก็บรายงาน และเตรียมตัวเข้าห้องนอน
“อ๊ะ! อ๊าย!” เสียงหนึ่งดังขึ้นมาอีก ทำให้อิงดาวขมวดคิ้วยุ่ง
‘หรือว่าพี่คนสวยจะดูหนังอย่างว่า’ เพราะเสียงแบบนี้ ไม่ต้องให้เดาใคร ๆ ก็ฟังออกว่ามันคือเสียงอะไร เธอเองก็เคยเปิดดูบ้างแต่ไม่บ่อยนัก เปิดดูแต่ละครั้งก็ยังไม่เคยดูจนจบสักที
เพราะเปิดดูทีไรเธอก็รู้สึกเขินอายทุกครั้ง ยิ่งเปิดดูพวกวัยรุ่นญี่ปุ่นทีไร เธอก็ดูไม่เคยจบสักเรื่อง
เมื่อนึกถึง… ภาพเหล่านั้นก็ปรากฏขึ้นมาอย่างเด่นชัด
อิงดาวหัวใจเต้นแรง เนื้อตัวสั่นสะท้านขึ้นมา อย่างไม่มีปี่ไม่ขลุ่ย
“อ๊าย! เสียวค่ะ…ขอแรง ๆ” ในขณะที่หญิงสาวล้มตัวลงนอนบนเตียงกว้าง เสียงเดิมก็ดังเล็ดลอดเข้ามาอีก
อิงดาวหัวใจเต้นแรง จู่ ๆ ร่างกายก็ร้อนวูบวาบขึ้น
กึก! กึก! กึก!
ต่อมามีเสียงหนึ่งดังขึ้น ดังเหมือนมีของแข็งเข้ามากระทบกับฝาผนังห้องอย่างนั้นแหละ เสียงนั้นดังชัดยิ่งขึ้น ทำให้อิงดาวรู้ว่าอะไร เธอได้แต่กลอกตามองบนอย่างอัตโนมัติ
“อ๊าส์! ซี้ดด! ผมเสียวจะแตก” ยิ่งเธอได้ยินเสียงผู้ชายครางกระเส่า พร้อมลมหายใจหอบสะท้าน เหมือนผ่านการออกไปวิ่งมาเป็นสิบรอบ ยิ่งทำให้อิงดาวแน่ใจ ว่ามันไม่ใช่เสียงจากหนังที่เปิดอย่างแน่นอน
'เฮ้ย! นี่มันเสียงของคนกำลัง…อ่า! ทุเรศ’
'ทำไมต้อง…รุนแรงขนาดนี้ด้วยวะ’ คำถามทุกประโยคดังขึ้นมา ในความคิดของหญิงสาว
‘ผู้ชายหน้าตาแบบไหนกัน ถึงได้ไร้มารยาท ไม่มีความเกรงอกเกรงใจห้องข้าง ๆ กันเลยสักนิด’ เธอได้แต่ก่นด่าอีกฝ่ายอยู่ในใจ ก่อนจะขยับร่างนอนตะแคง ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมศีรษะจนมิด
ทว่าไม่ถึงสองนาทีเสียงผนังห้องก็ดังขึ้นมาอีก แต่ครานี้มันดังแรงและถี่ขึ้น จนเธอนอนไม่หลับ
กึก! กึก! กึก!
ไม่ใช่เสียงผนังห้องอย่างเดียว ทว่าเสียงครวญครางของหญิงชาย ก็ดังเล็ดลอดเข้ามาอย่างชัดเจน
“อ๊าย! อูยย! เสียว…กระแทกเข้ามาลึก ๆ” จากนั้นเสียงเดิมก็กระทบกับผนังห้องสั่นไหว จนทำให้เตียงนอนของเธอสั่นคลอนไปด้วย
อิงดาวถึงกับกลอกตามองบนอีกครั้ง เข้าใจว่ามันเป็นเสียงของขอบเตียง ที่กระทบเข้ากับผนังห้อง หญิงสาวจึงลุกขึ้น ดึงเตียงตัวเองให้ห่างจากผนังห้อง ก่อนจะขึ้นไปล้มตัวลงนอนใหม่
ทว่าเสียงชายหญิงของห้องข้าง ๆ ที่กำลังทำกิจกรรมบางอย่าง ก็ดังเล็ดลอดเข้ามาอีกจนได้
“อ๊ะ! อ๊าส์! เสียว…”
“อ๊าส์! จะ…แตก…ซี้ดด!” เสียงห้าวครางต่ำ
อิงดาวเบิกตากว้างอยู่ในแสงสลัว เพราะหน้าต่างห้องที่เป็นกระจกใส มีแสงสว่างจากหลังห้องสาดส่องผ่านผ้าม่านเข้ามา พอให้สายตาได้สัมผัสกับสิ่งต่าง ๆ ภายในห้องได้อย่างชัดเจนพอสมควร
เธอพลิกร่างเอื้อมมือไปหยิบมือถือขึ้นมาดูเวลา
“อ่า! นี่! มันจะตีสามไปแล้วเหรอเนี่ย!” อิงดาวงึมงำอยู่ลำพัง เพราะเธอยังไม่ได้นอนเลยสักนิด
และกิจวัตรประจําวันของเธอ ต้องตื่นขึ้นในเวลาตีห้าครึ่งทุกวันด้วย
ร่างอ่อนระโหยโรยแรง แทบคลานเข้าไปอาบน้ำแต่งตัว แล้วออกมาจัดการกับอาหารมื้อเช้า
หลังจากนั้นอิงดาวต้องรีบลงไปซื้ออาหารหน้าคอนโดฯ ยืนรอใส่บาตรพระอยู่ทุกเช้าเป็นประจำ ก่อนจะเดินไปรอขึ้นรถเมล์ประจำทางไปมหาวิทยาลัย
ศีรษะเล็กโงนเงนไปด้านซ้ายทีด้านขวาที อิงดาวนั่งสัปหงกอยู่บนเบาะด้านหลังสุด
รุ่นพี่หนุ่มได้แต่ส่ายหน้ายิ้ม ๆ นี่! เธอไปทำอะไรมานะ ขึ้นรถมาปุ๊บก็นั่งหลับปั๊บ เหมือนคนไม่ได้หลับไม่ได้นอนมาแบบนั้นแหละ!
รุ่นพี่หนุ่มจับศีรษะเล็กให้พิงแนบกับไหล่กว้างของตัวเอง เขามองเธอตั้งแต่อิงดาวเข้าปีหนึ่ง เขารู้สึกว่าตัวเองชอบเธอ ให้ความสนใจเธอเกินคำว่ารุ่นพี่รุ่นน้อง
ต่างจากหญิงสาวคงเห็นเขาเป็นแค่ รุ่นพี่ของเธอแค่นั้น
ยศวินจับศีรษะเล็กให้แนบลงกับไหล่กว้างมากขึ้น ทว่าจู่ ๆ รถเมล์ประจำทางเบรคขึ้นอย่างกะทันหัน
เอี๊ยด!
“อ๊ะ! เกิดอะไรขึ้น” ร่างเล็กสะดุ้งเฮือก! ลืมตาเบิกกว้างอย่างตื่นตระหนก
“ได้ยินว่ามีมอเตอร์ไซค์ตัดหน้าครับ” ยศวินเอ่ยบอกเธอเบา ๆ
“อ๊ะ! พี่วิน…อิงขอโทษนะคะ” เมื่อรู้สึกว่าศีรษะตัวเองแนบอยู่กับไหล่กว้าง เธอจึงขยับถอยห่าง แล้วกล่าวคำขอโทษออกมาด้วยความเกรงใจ
“ไม่เป็นไรครับ อิงง่วงนอนเหรอ! ไปทำอะไรมา เหมือนไม่ได้หลับไม่ได้นอนมาทั้งคืน” ยศวินถามยิ้ม ๆ
“เออ! คือ…คือว่าอิงทำรายงานดึกไปหน่อยค่ะ” เธอทำสีหน้าเลิ่กลั่ก ทำให้คนที่อยู่ใกล้ได้แต่นึกเอ็นดูเธอไม่น้อย
“ถ้าอย่างนั้นอิงนอนต่อเถอะ ถึงมหา’ลัยเดี๋ยวพี่ปลุก” ชายหนุ่มว่า
“ไม่เป็นไรค่ะ อิงได้งีบไปสักพักรู้สึกดีขึ้นแล้ว” เธอว่าก่อนจะขยับร่างนั่งตัวตรง
ไม่นานรถเมล์ก็จอดเทียบที่ฟุตบาทหน้ามหาวิทยาลัย
นิสิตนักศึกษาทั้งหนุ่มสาวหลายคน ต่างก้าวลงจากรถเมล์ประจำทาง
อิงดาวก้าวลงคนสุดท้าย โดยมีรุ่นพี่หนุ่มอย่างยศวินยื่นมือไปจับแขนของเธอ ให้ค่อย ๆ ก้าวลงมาได้อย่างปลอดภัย
“ขอบคุณค่ะ”
“ไม่เป็นไรครับ อิงกินข้าวเช้ามาแล้วใช่ไหม” รุ่นพี่หนุ่มถาม เพราะรู้ดีว่าเธอกินเรียบร้อยมาอย่างทุกครั้ง
“อิงเรียบร้อยมาแล้วค่ะ”
“งั้นพี่ขอเดินไปส่งที่คณะนะ”
“อิงรู้สึกเกรงใจพี่วินยังไงไม่รู้” อิงดาวพูดเขิน ๆ
“ไม่เป็นไรครับพี่เต็มใจ” จากนั้นหนุ่มสาวก็เดินเคียงคู่กันไปที่คณะด้วยกัน
โดยไม่รู้ตัวว่ามีรถคันหนึ่ง ได้มาจอดมองทั้งคู่อยู่สักพักแล้ว ก่อนรถคันนั้นจะเคลื่อนตัวแล่นออกไป
