บท
ตั้งค่า

บทที่ 6 มันเริ่มจากวันนั้น

“เบย์ชอบวีญาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”

“อืม...”

เบย์รีนทำหน้าครุ่นคิดทั้งที่มุมปากยังยกยิ้มอยู่เพราะการได้คิดว่าเขาเริ่มชอบเธอจนเกิดเป็นความรักมันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน เรื่องนี้ทำให้เขามีความสุขมากและมันยากนะครับที่จะไม่ให้ผมยิ้มกับเรื่องนี้! คิดถึงหน้าเธอผมก็ยิ้มแล้วและตอนนี้มีเธอนั่งอยู่ข้าง ๆ กันใครมันจะไปหุบยิ้มได้

“คงจะตั้งแต่ครั้งแรกที่เราเจอกันครับ”

มันคือความประทับใจแรกที่เบย์รีนคิดว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขามองแต่วีญามาโดยตลอด มองไปมองมาถึงได้รู้ตัวว่าตกหลุมรักเพื่อนของพี่สาวเข้าแล้วไง

ครั้งแรกที่เขาได้รู้จักกับวีญาต้องพูดว่ารู้จักอย่างไม่เป็นทางการสักเท่าไหร่ เพราะเหตุการณ์ในวันนั้น...

ย้อนกลับไปวันที่เบย์รีนได้พบกับวีญา

เหตุเกิดจากสองหนุ่มทายาทโรเซนต์เบิร์ก เบย์รีนและอนาคินต้องการจะตามไปคอยดูแลพี่เมล พี่สาวคนเดียวของของบ้านเล่นบาสเก็ตบอล อย่าเรียกว่าเล่นเลยเพราะพี่เมลของสองหนุ่มเล่นกีฬาไม่เป็นสักอย่างแต่ชอบหาเรื่องไปเล่นกับเพื่อนเท่านั้นและเพื่อนที่ว่าดันเป็นผู้ชายไงสองหนุ่มเลยต้องตามไประวังสอดส่องอย่างใกล้ชิด

(ในตอนนั้นเบย์รีนเรียนอยู่ชั้นม.6 อนาคินอยู่ชั้นม.5 และเมลขึ้นมหาวิทยาลัยแล้วอยู่ปี1)

“ให้ผมลงไปสอนพี่เมลเล่นดีกว่านะครับ น่าจะปลอดภัยกว่า” เบย์รีนรีบเสนอเมื่อเห็นสายตาของของผู้ชายในสนามบาสที่ต่างพากันจ้องมองขาอ่อนของพี่เมลตาเป็นมัน

“แต่ผมว่านะ พี่เมลไม่ต้องลงไปเล่นหรอก ตัวเองเล่นก็ไม่ได้เรื่อง ทักษะอะไรก็ไม่มีจะลงไปเกะกะคนที่เขาเล่นเป็นทำไม”

อนาคินเป็นคนพูดจาแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร ปากดี พูดแรง แต่ที่พูดออกไปก็เต็มไปด้วยความหวงพี่สาวทั้งนั้นเพียงแค่เขาประดิษฐ์คำพูดไม่เป็น ไม่ชอบด้วยมันไม่ใช่ตัวตน!

“ก็มันน่าสนุกดีนี่ และพี่ก็มีทักษะอยู่นะอนาคินไม่ได้จะเล่นไม่เป็นเลยสักหน่อย” เมลรีบแย้งคำพูดของน้องชายคนเล็ก

ทั้งสามคนเป็นลูกพี่ลูกน้องกันแต่ก็รักกันเหมือนเป็นพี่น้องที่เกิดจากท้องเดียวกันจริง ๆ เลือดมันข้นกว่าน้ำแต่กับตระกูลโรเซนต์เบิร์กเลือดข้นยกกำลังสิบไปเลย ถึงแม้ว่าเมลจะไม่ได้ใช้นามสกุลโรเซนต์เบิร์กเหมือนเบย์รีนกับอนาคิน เพราะมารดาของเธอแต่งออกเลยจำเป็นต้องนามสกุลของบิดา

แต่เธอก็คือหลานสาวที่ทุกคนในบ้านโรเซนต์เบิร์กรักและหวงแหนมากเพราะเป็นหลานสาวเพียงคนเดียว หวงไม่หวงก็ดูจากการที่สองหนุ่มตามมาคุ้มกันพี่สาวเอาก็แล้วกัน หวงจนไม่มีใครกล้าเขามาจีบ

“หรือว่าที่อยากมาเล่นเพราะหนุ่มรุ่นพี่คนนั้นมาซ้อมบาสกันแน่ครับ”

เบย์รีนแกล้งแซวพี่สาวเมื่อเห็นพี่พีร์ พี่ปี2 ลูกชายเพื่อนของคุณอาภัทร์(บิดาของเมล)เดินเข้ามาพร้อมถุงกระดาษจากร้านกาแฟแบรนด์ดังตรงมาทางที่พวกเขายืนอยู่

“น้องเมลมาดูพี่ซ้อมบาสจริงด้วย พี่ดีใจนะคะเนี่ย”

พีร์เอ่ยทักด้วยรอยยิ้มที่กว้างมากเพราะเขาดีใจที่เมลมาดูเขาซ้อมบาสตามที่เขาขอไว้ มัวแต่ดีใจจนลืมทักทายน้องชายอีกสองคนไปเลย

“อะแฮ่ม! พี่พีร์ครับพวกผมก็ยืนหัวโด่ขนาบซ้ายขวาพี่เมลอยู่จะไม่ทักทายกันหน่อยเหรอครับพี่ชาย”

อนาคินเป็นฝ่ายเริ่มก่อน ก็แค่แกล้งหยอกพี่พีร์เท่านั้นเพราะถ้าจะมีผู้ชายที่สองหนุ่มยอมเปิดทางให้ได้อยู่ใกล้พี่เมลก็คงมีแค่พี่พีร์คนนี้คนเดียวเท่านั้นที่สองหนุ่มบอกว่า ผ่าน!

“โทษที ๆ แล้วไงถึงได้พากันมาครบเลยสามพี่น้อง อ่อ...”

พูดไปแล้วก็มานึกได้ว่า สองหนุ่มนี้หวงพี่สาวยิ่งกว่าจงอางหวงไข่เสียอีก

“ถ้ารู้ว่าพี่เมลจะมาเซอร์ไพรส์พี่พีร์นะ ผมกับอนาคินไม่มาเป็นก้างขวางคอพี่สองคนหรอกครับ”

เบย์รีนได้ทีเลยขอพูดแซวพี่สาวบ้าง ดูสิยืนเขินบิดมือไม้พันกันไปหมดแล้ว เขินอะไรขนาดนั้นครับพี่สาว

“ก้างขวางคออะไร”

“เหรอ/เหรอ...” เบย์รีนและอนาคินตั้งใจผสานเสียงมาก พอเห็นพี่สาวเขินจนแก้มแดงก็นึกเอ็นดู อาการออกขนาดนี้แต่ไม่ยอมรับว่าชอบพี่พีร์ทั้งที่ทางพี่พีร์ก็แสดงออกชัดเจนมากว่าชอบพี่เมล มองจากนอกโลกยังรู้เลย

“วันนี้เมลชวนเพื่อนสนิทมาเล่นบาสด้วยนะคะพี่พีร์แต่ตอนนี้ยังมาไม่ถึงเลย”

“ได้ค่ะ ดีเหมือนกันน้องเมลจะได้มีคนนั่งอยู่เป็นเพื่อนระหว่างรอพี่ซ้อมบาส”

เบย์รีนและอนาคินหันมามองหน้ากันอีกครั้งเมื่อตอนนี้เขาทั้งสองคนได้กลายเป็นอากาศธาตุไปแล้วเรียบร้อย

“โอ๊ย คอแห้งโว้ย พี่พีร์ก็ซื้อเครื่องดื่มมาให้พี่เมลแค่คนเดียวด้วยสิ”

เบย์รีนหรี่ตามองน้องชายอย่างจ้องจับผิด นี่มันเป็นอาการของเด็กที่กำลังอิจฉาเพราะไม่มีคนซื้อน้ำมาให้หรือเป็นอาการของเด็กเรียกร้องความสนใจกันแน่

“พี่เบย์ซื้อน้ำให้ผมหน่อยดิ” อ่าว! ไอ้น้องคนนี้นี่

“แล้วทำไมอนาคินไม่เดินไปหาน้ำกินเองละครับน้อง ตู้กดน้ำก็อยู่ตรงนั้น อย่าบอกนะว่า...”

“ครับพี่เบย์ ผมมาแต่ตัว เงินในบัญชีก็ไม่มีผมโดนแด๊ดดี๊ทำโทษอยู่เพราะผมใช้เงินเติมเกมส์หมดไป...เอาเป็นว่าเยอะ”

“สมน้ำหน้า!” อันนี้ประสานเสียงพูดพร้อมกันสามคน เมล พีร์และเบย์รีน เพราะต่างก็รู้ว่าอนาคินเป็นคนที่ติดเกมส์มากและหมดเงินกับการเติมซื้อไอเทมในเกมส์ไปเยอะมาก

ถ้าเล่นชนะคุณอาเอ็มเจ(บิดาของอนาคิน)ไม่เคยว่าแต่มันดันเล่นแพ้ไง เสียทั้งเงินเสียทั้งชื่อเลยต้องโดนดัดนิสัยเรื่องการใช้เงินกันหน่อย

“พี่เบย์ครับ ผมคือน้องชายคนเดียวของพี่นะ จะใจร้ายใจดำปล่อยให้น้องชายคนนี้...”

“พอเลย ๆ เดี๋ยวพี่ไปซื้อน้ำมาให้”

รีบเดินหนีออกมาดีกว่า ก่อนที่อนาคินจะใช้ลูกอ้อนขอให้เขาซื้ออย่างอื่นที่มากกว่าน้ำติดมือมาด้วย ไอ้น้องชายคนนี้ถ้าได้คืบมันจะเอาอีกหลายศอกเลยล่ะ

เบย์รีนเดินออกมาทางด้านหน้าของสนามบาส เขาเดินตรงไปที่ตู้กดน้ำอัตโนมัติซึ่งในตู้นั้นจะมีเครื่องดื่มหลากหลายยี่ห้อ ทั้งน้ำเปล่า น้ำแร่ เกลือแร่พร้อมดื่มสำหรับคนที่ออกกำลังกายเสร็จใหม่ ๆ และยังมีพวกขนมขบเคี้ยว ลูกอม หมากฝรั่งอีกมากมาย

นับว่าสถานที่ออกกำลังกายที่นี้นอกจากความใหญ่โตและยังมีสนามกีฬาครบครัน ทั้งสนามบาส สนามแบดมินตัน สระว่ายน้ำ สนามบอล คอร์ทเทนนิสและยังมีฟิตเนสด้วย เรียกได้ว่ามาที่เดียวครบจบ เพราะมีร้านอาหาร คาเฟ่ ไว้รองรับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการด้วย

แต่ตอนนี้เบย์รีนต้องการเครื่องดื่มในตู้นี้เท่านั้นเพราะราคาถูกกว่าเดินเข้าไปซื้อในคาเฟ่เยอะ

และในขณะที่เขาจะเดินไปถึงตู้เป้าหมายก็ได้มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินมาตัดหน้าเขา เธอไปถึงตู้นั้นก่อนทำให้เบย์รีนต้องยืนต่อคิวรอใช้เครื่องนี้ต่อจากเธอ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel