สลัดผู้ชายเลวไม่พ้น (ตอนต้น)
ณ โรงพยาบาลรัฐบาลขนาดใหญ่ใจกลางเมือง
“แย่แล้วค่ะพี่ คนไข้เตียงห้า อาการแย่แล้ว”
น้ำเสียงร้อนรนปนตื่นตระหนกของพยาบาลน้องใหม่ไฟแรงดังขึ้นลั่นหอผู้ป่วยอายรุกรรมรวม ทำให้จิ้นกั๋วรั่วซีผู้เป็นหัวหน้าเวรจำต้องละสายตาจากเอกสารในมือลง พร้อมลุกขึ้นเดินแกมวิ่งมายังเตียงห้าโดยเร่งด่วน
“เตรียมรายงานแพทย์ใส่ Tube ทำ CPR”
เสียงหวานสั่งการขึ้นอย่างไม่ตื่นตระหนก ก่อนจะรีบปีนขึ้นเตียงผู้ป่วยทำการช่วยฟื้นคืนชีพโดยเร่งด่วน ภายในเวลาไม่นานเท่าใดนัก แพทย์หนุ่มในชุดกาวน์สีขาว สวมแว่นตาหนาเตอะ ก็ก้าวเข้ามาในวงล้อม CPR ของผู้ป่วย
“เตรียมใส่ Tube” เขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
ภายในระยะเวลาไม่นาน การช่วยเหลือผู้ป่วยรายนี้ก็สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
จิ้นกั๋วรั่วซีมองสบสายตาของทุกคนในทีมก่อนจะระบายรอยยิ้มออกมาน้อยๆ เธอรีบเดินไปเขียนรายงานสรุปชาร์ท เพื่อที่จะได้ส่งเวรให้ทีมงานเวรต่อไปได้อย่างไม่มีอะไรติดขัด
จนกระทั่งการส่งเวรเสร็จสิ้นไปเรียบร้อย ร่างเล็กจึงก้าวขาออกจากหอผู้ป่วยไปด้วยท่าทีเหนื่อยล้าเล็กน้อย แต่ครั้นกระนั้นสาวงามกลับวางแผนตัดสินใจเลือกที่จะแวะไปร้านขายหนังสือก่อนที่จะเลือกแวะไปหาซื้ออะไรมากินก่อนที่จะนอนหลับพักผ่อนต่อไปด้วยซ้ำ ทันใดนั้นเอง
“รั่วซี” เสียงเรียกจากทางด้านหลัง ทำให้จิ้นกั๋วรั่วซีหันขวับมามองก่อนจะหยุดเดินลงอย่างกระทันหัน
“คะ คุณหมอฮั่ว?” ร่างบางพูดพลางเงยหน้าขึ้นจ้องมองเขาด้วยความสงสัย
“พรุ่งนี้เป็นวันหยุดของคุณ ผมดูตารางเวรมาแล้ว พวกเราไปเที่ยวด้วยกันเถอะนะ”
เขากล่าวชวนด้วยท่าทีกดดันหน่อยๆ
“ต้องขอโทษด้วยนะคะคุณหมอ พอดีวันหยุดนี้ ฉันมีแพลนพักผ่อนอยู่บ้าน อ่านหนังสือนิดหน่อยน่ะค่ะ คงไม่สะดวกที่จะไปเที่ยวที่ไหน”
จิ้นกั๋วรั่วซีกล่าวถ้อยตำปฏิเสธตัดรอนออกไปอย่างไม่ไว้หน้า
“อย่างนั้นหรือ” หลังกล่าวจบร่างสูงก็ฉุดกระชากลากถูร่างเล็กของจิ้นกั๋วรั่วซีไปหลังป้ายโฆษณาพร้อมก้มหน้าลงมากัดริมฝีปากเล็กเบาๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยว
“ผู้อำนวยการฮั่ว คนสารเลว”
จิ้นกั๋วรั่วซีพูดขึ้นด้วยความโมโห
“สารเลวที่ไหนกัน แค่กัดปากคนที่กล้าขัดใจฉันเท่านั้น มันจะเป็นอะไรไปล่ะ?”
เขาต่อปากต่อคำขึ้นด้วยนัยน์ตาพราวระยับ
“คุณทำตัวไม่เหมาะสมกับการเป็นผู้บริหาร และประพฤติตัวไม่เหมาะสมกับจรรยาบรรณแพทย์ที่ควรมีเลยสักนิด หากคุณยังคงคุกคามฉันอีก พรุ่งนี้ฉันจะยื่นใบลาออกแล้ว”
จิ้นกั๋วรั่วซีพูดขึ้นด้วยความฉุนจัด
“อยากลาออกนักก็เชิญ พรุ่งนี้ตระกูลจิ้นกั๋วของเธอจะได้ล้มละลายกันทั้งตระกูลเลยคอยดู”
ในขณะที่พูดฝ่ามือใหญ่ก็ลูบไล้ไปทั่วดวงหน้าหวานของจิ้นกั๋วรั่วซี พร้อมทอดสายตามองมาที่เธอด้วยแววตาหื่นกระหาย
“ปล่อยนะคะ ฉันจะกลับบ้านแล้ว แล้วผู้อำนวยการฮั่วก็ไม่ต้องมาข่มขู่ฉันด้วย”
หลังกล่าวจบ จิ้นกั๋วรั่วซีในชุดสีขาวสะอาดตาก็รีบเดินจากไปด้วยความอกสั่นขวัญผวา เธอรีบเดินเข้าไปในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนจะรีบปิดประตูเอาไว้ แต่ทว่าเขากลับตามเธอเข้ามาในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าจนได้ อีกทั้งยังสอดแทรกตัวเข้ามาในห้องล็อคกลอนประตูไว้ให้เองด้วยความแน่นหนาแล้ว
จิ้นกั๋วรั่วซีสูดลมหายใจเข้าปอดไปลึกๆ อย่างพยายามระงับสติอารมณ์เอาไว้ให้เต็มที่ ก่อนจะเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นว่า
“คุณหมอตามฉันเข้ามาทำไมกันคะ ฉันกำลังจะเปลี่ยนเสื้อผ้าลงเวรนะ”
“พอดีฉันก็จะเปลี่ยนเสื้อผ้าเหมือนกัน”
“แต่นี่มันที่เปลี่ยนเสื้อผ้าสตรี”
จิ้นกั๋วรั่วซีแหวขึ้นด้วยความเหลืออดก่อนเสียงพูดคุยกันของคนภายนอกจะดังขึ้นเสียงดังเซ็งแซ่ ฮั่วจงหยางรีบนำฝ่ามือของเขามาปิดบังริมฝีปากเล็กไว้ป้องกันเสียงกรีดร้องของจิ้นกั๋วรั่วซีในทันใด
“อย่าส่งเสียงร้องดังไป”
เมื่อเห็นจิ้นกั๋วรั่วซีพยักหน้าลงน้อยๆ เขาจึงยอมปล่อยมือออกแต่โดยดี หลังจากนั้นจึงจับหมุนร่างงามให้มาเผชิญหน้ากับเขาต่อ ก่อนจะลงมือปลดกระดุมชุดทำงานของจิ้นกั๋วรั่วซีออกด้วยประกายสายตาอันหวามไหว เธอรีบจับมือของเขาเอาไว้มั่น นับวันเขาก็ยิ่งอาการหนักไปหน้า จนไม่รู้ว่าเป็นโรคจิตเภทไปแล้วหรือไม่ จิ้นกั๋วรั่วซีเห็นทีคงต้องตัดใจจากวิชาชีพพยาบาลที่เธอรัก ไปทำงานที่บริษัทช่วยพ่อของเธอบริหารงานแล้วกระมัง จึงจะสามารถหนีจากการคุกคามของเขาไปได้
