บท
ตั้งค่า

บทที่ 4 คลื่นที่ซัดสาด

ภีมรู้สึกถึงรสชาติเค็มปร่าที่ปลายลิ้น เมลดาตัวเล็กแต่มือหนักไม่ใช่เล่น เขาใช้นิ้วโป้งเช็ดเลือดที่ซึมออกมาจากริมฝีปากเล็กน้อย จ้องมองร่างบางที่ยังยืนนิ่ง ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้แล้วใช้สองมือกอบกุมมือเล็กข้างที่เพิ่งจะตบหน้าเขาขึ้นมา พร้อมบรรจงมอบจุมพิตอันอบอุ่นลงตรงกลางฝ่ามือนุ่มของเธออย่างแผ่วเบา

ดวงตากลมโตจ้องมองการกระทำนั้นไม่วางตา ความอ่อนโยน และใส่ใจที่เธอโหยหามาตลอดหลายปี แค่ได้เห็นน้ำตาก็ยิ่งไหลเป็นสาย เดือดร้อนภีมต้องเช็ดน้ำตาให้ครั้งแล้วครั้งเล่า กระทั่งเสียงสะอื้นไห้ดังออกมาให้ได้ยิน

“ฮึก..ฮือ”

สองแขนแกร่งโอบกอดร่างระหงไว้แนบอก ไหล่บางไหวโยก ยิ่งเมื่อเขาใช้สองมือโอบกอดแน่นขึ้น ร่างบางก็ยิ่งสั่นสะท้าน

“เวลาที่พี่ภีมทำร้ายจิตใจเม เคยรู้สึกเสียใจบ้างไหมคะ”

“เสียใจสิคะ พี่ขอโทษนะ เมได้โปรดใจเย็น ๆ แล้วฟังพี่อธิบายก่อนนะคะ” ภีมพูดพลางใช้มือลูบแผ่นหลังเพื่อปลอบโยน

“เมื่อกี้ เมบอกแล้วว่าให้พี่ภีมหยุดพูด ถ้าพี่ภีมหยุด มันจะไม่เป็นแบบนี้” ความพยายามของเธอพังไม่เป็นท่า เลยต้องมาร้องไห้ฟูมฟายแสดงความอ่อนแอให้เขาเห็น แม้จะมีมือของเขาคอยลูบหัวลูบหลังแล้วอย่างไร ความเสียใจที่เก็บกลั้นมานาน มันมากมายมหาศาลเกินกว่าที่เขาจะเข้าใจ

“ได้ตบพี่แล้วเมควรจะสบายใจสิคะ แทนที่จะหัวเราะออกมาดัง ๆ กลับมาร้องไห้ แล้วยังมาพูดเสียงสั่นเสียงเครือแบบนี้อีก มันใช้ได้ที่ไหนกัน”

สิ้นคำนั้น คนในอ้อมกอดก็ใช้กำปั้นทุบอกแกร่งแรง ๆ ให้สาสมใจ ก่อนจะซุกหน้าเข้าหาอกอุ่นที่แสนโหยหาอย่างคนสิ้นท่า

“ต่อไปเมเปิ้ลของพี่ ห้ามพูดคำหยาบอีกนะคะ มันไม่น่ารัก พี่ไม่ชอบเลยรู้ไหม”

คนพยศก็รีบปาดน้ำตา ร่างบางพยายามผละออกห่างจากอ้อมกอดที่เคยคุ้น ปลายจมูกและดวงตายังแดงก่ำ เส้นขนตายังมีคราบน้ำตาเกาะอยู่ให้ได้เห็น “เมพูดคำหยาบก็เพราะพี่ ใช้ความรุนแรงก็เพราะพี่ เพราะฉะนั้นพี่ภีมไม่มีสิทธิ์มาห้ามเม เพราะเมจะพูดอีก พูดจนกว่าพี่ภีมจะเลิกยุ่งกับเม และออกไปจากชีวิต...อื้อ”

คำพูดของเมลดาถูกกลืนหายไป พร้อมกับริมฝีปากหยักที่กดจูบลงมาอย่างรวดเร็ว ร่างบางพยายามดิ้นรนขัดขืน แต่สัมผัสที่คุ้นเคย กลับทำใจเธออ่อนไหว จนเผลอให้เขาใช้ความชำนิชำนาญตักตวงเอาความหวานจากโพรงปากอยู่เนิ่นนาน

ริมฝีปากหยักต้องผละห่างเมื่อรู้สึกว่า เด็กดื้ออย่างเมลดากำลังจะขาดอากาศหายใจ เธอตัวอ่อนระทวยอยู่ในวงแขนกว้างของเขาอย่างไร้ฤทธิ์เดช

ภีมแทบจะทนฟังคำที่เธอจะเอ่ยออกมาไม่ไหว จะให้เขาออกไปจากชีวิตเธออย่างนั้นเหรอ ถ้าต้องเป็นแบบนั้น ฆ่าเขาเลยยังจะดีกว่า

“เมียพี่ยังหวานเหมือนเดิม”

“อย่าพูด คำก็เมีย สองคำก็เมีย เมียที่ถูกทิ้ง เมียที่ถูกลืม เมียที่ไม่รัก เมไม่อยากเป็น” เมลดาเอ่ยทั้งน้ำตา

“พี่จะพูดค่ะ ก็เมเป็นเมียพี่จริง ๆ เป็นเมียที่รักมากด้วย” เขายังยืนยันเสียงแข็ง พร้อมกระชับอ้อมแขนกอดเธอไว้ให้แน่นยิ่งกว่าเดิม

เมลดาแหงนมองหน้าคนตัวสูงชัด ๆ เพราะหล่อแบบนี้ เลยทำเธอใจแตก หลงเสน่ห์เขาตั้งแต่ยังไม่แตกเนื้อสาวเลยด้วยซ้ำ ตอนมายืนหน้าตึกเธอมุ่งมั่นจะเลิกรักเขาให้ได้ ตั้งอกตั้งใจตั้งแต่ก้าวขาออกจากห้องเสื้อ ว่าจะต้องตัดขาดจากเขาให้สำเร็จ แต่พอเอาเข้าจริง ใจเธอมันไม่ได้แข็งแกร่งขนาดนั้น

เมื่อเห็นเมลดานิ่งเงียบไป ไม่ดิ้นออกจากอ้อมแขนเขาอีกแล้ว ภีมจึงฉวยโอกาสนี้ช้อนอุ้มเธอขึ้นแนบอก

“อุ๊ย” เมลดาตกใจ เผลอกอดลำคอหนาไว้แน่น เมื่อตั้งสติได้ก็ดิ้นรนและใช้มือทุบตีแผงอกกำยำของเขาอย่างแรง แต่ก็ไม่เป็นผล คนตัวสูงไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด เธอตีจนเหนื่อยเขาก็ยังไม่ปล่อย แถมยังก้าวเดินไปข้างหน้าคล้ายจะพาเธอไปที่ไหนสักแห่ง

“พี่ภีมปล่อยนะ จะพาไปไหน ไม่ไป”

“เราควรคุยกันแบบเป็นส่วนตัวสักหน่อยค่ะ”

เพียงแค่เขาอุ้มเธอก้าวผ่านธรณีประตูที่เชื่อมต่อกับห้องทำงาน เมลดาก็ถึงกับตาโต ‘ห้องนอน’ เขาจะมาคุยอะไรกับเธอในห้องนอน ไม่ได้นะ “ไม่คุยในนี้ค่ะ ปล่อยนะ เมบอกให้ปล่อย มีอะไรไปคุยกันข้างนอก”

“ยืนคุยก็ดื้อ นั่งคุยก็คงไม่ฟัง พี่ว่าก็นอนคุยมันเลยท่าจะดี” ภีมเอ่ยยิ้ม ๆ เมื่อเห็นว่าคนในอ้อมแขนนั้นช่างดื้อดึงนัก

“ไม่นะ” เธอดิ้นจนสุดแรง กระทั่งรู้ตัวอีกทีแผ่นหลังบางก็สัมผัสกับที่นอนนุ่มเสียแล้ว สองแขนเสลารีบดันตัวให้ลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะขยับถอยกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับหัวเตียง ในจังหวะที่ร่างสูงทาบทับลงมาถึงตัวเธอพอดิบพอดี

“ออกไปนะ” บอกพร้อมใช้สองมือเรียวเล็กดันหน้าอกผึ่งผายของเขาไว้มั่น วินาทีนั้น เธอรู้สึกถึงความแน่นหนากำยำ จนเธอต้องเรียกสติ ‘สติ สติ’ ปากขยับท่องเบา ๆ เธอไม่ควรเข้าใกล้เขาขนาดนี้ เพราะมันไม่ปลอดภัย เป็นอันตรายกับหัวใจเธอเหลือเกิน

ภีมกุมมือทั้งสองข้างของเธอไว้ ก่อนจะเอ่ยถ้อยคำไพเราะเสนาะหู ชวนคนฟังเคลิบเคลิ้ม “เมเปิ้ลขา พี่คิดถึงเมเปิ้ลมากนะคะ”

“ฮึก ฮือ .. คิดถึงแล้วทิ้งไปทำไม ทิ้งเมไปได้ยังไงในสภาพแบบนั้น ทำแบบนั้นได้ยังไง ฮือ ฮือ...” เอ่ยถามเขาพร้อมน้ำตา ยิ่งเขาพูดเหมือนยิ่งตอกย้ำให้เธอเสียใจ เธอออกแรงดิ้นอีกครั้ง

“ปล่อยเมค่ะ พี่ภีม เมบอกให้ปล่อย” ในเมื่อพูดดี ๆ แล้วเขาไม่ยอมปล่อย เธอก็จะใช้กำลังสู้ให้ถึงที่สุด แต่เพียงแค่เริ่มดิ้น พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นริ้วแดงเป็นทางที่ข้างแก้มสาก เธอพลันหยุดดิ้นทันที ดวงตาสีดำขลับไหวระริก ด้วยความเป็นลูกเสี้ยว ผิวเขาขาว แค่โดนเธอตบไปทีเดียวก็เป็นรอยฝ่ามืออย่างเห็นได้ชัด

“พี่ไม่ได้อยากจะไปค่ะ แต่พี่จำเป็น” เขาพูดในขณะที่ขยับใบหน้าคมเข้มเข้าหา จมูกโด่งคลอเคลียจมูกเชิดรั้น เมลดาหลับตานิ่ง พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล ได้แต่บอกตัวเองว่าอย่าใจอ่อนเป็นอันขาด ทว่าเขากลับยิ่งรุกราน ไซ้ซอกคอขาวจนเธอเริ่มหัวหมุน สัมผัสอันชวนวาบหวาม ช่างเป็นอุปสรรคสำหรับความพยายามของเธอยิ่งนัก เวลานี้ความรู้สึกภายในใจตีกันจนยุ่งเหยิง บางครั้งก็โหยหา บางครั้งก็อยากจะผลักไส เธอไม่เข้าใจหัวใจตัวเองเลยสักนิด ทั้ง ๆ ที่เขาใจร้ายขนาดนั้น ทำไมเธอถึงใจอ่อนให้เขาง่ายดาย

“ไม่เป็นไรนะคะ ตอนนี้พี่อยู่ตรงนี้แล้ว พี่สัญญาว่าจะไม่ทิ้งเมเปิ้ลไปไหนอีกแล้ว ไม่ไปอีกแล้วค่ะ เมเปิ้ลได้โปรดเชื่อพี่นะคะ” เขาเปิดเปลือยความจริงใจผ่านทางดวงตาสีสนิม ก่อนจะเอื้อนเอ่ยคำสัญญาออกมาอย่างหนักแน่น สองมือหนากอบกุมพวงแก้มขาวใส ไว้ในมือ

เมลดารู้สึกหวั่นไหว เธอค่อย ๆ เอื้อมมือไปจับมือหนาที่กอบกุมใบหน้าอย่างเผลอไผลลืมตัว ความใกล้ชิด และคำสัญญานั้น ทำให้หัวใจเธอสั่นคลอนได้อีกครั้ง ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเธอเฝ้าแต่คิดถึงเขา ในหัวใจเฝ้าแต่เพรียกหาเขา สัมผัสของเขาเหมือนคลื่นทะเลที่ซัดสาด แม้เธอพยายามก่อกำแพงทรายไว้ยาวสักเท่าไร ก็ไม่อาจต้านทานคลื่นจากท้องทะเลที่สาดซัดเข้ามาได้

ร่างสูงขยับเข้าหา ริมฝีปากหยักกดจุมพิตเบา ๆ ที่หน้าผากมน เขาสบตาเธอนิ่ง ก่อนจะขยับศีรษะเล็กน้อย แล้วค่อย ๆ แนบริมฝีปากของตนลงบนกลีบปากสีระเรื่ออย่างแผ่วเบา เพียงแค่สัมผัสนั้น พาให้หัวใจดวงน้อยของเมลดาเต้นแทบไม่เป็นจังหวะ เธอหลับตาพริ้ม ปากนุ่มค่อย ๆ อ้าเผยอออกรับสัมผัสจากเขาราวกับต้องมนตรามหาเสน่หา ความหวานกำซ่านที่เขามอบให้ ทำหัวใจที่เคยแห้งแล้งขมขื่นชุ่มชื่นขึ้นมาอีกครา สัมผัสที่เคยโหยหาช่างชุ่มฉ่ำราวหยาดฝนชโลมใจ หัวใจที่เคยห่อเหี่ยวกลับมาฟูฟ่องได้อีกครั้ง ลิ้นหนาตวัดหยอกเย้ากับลิ้นเล็ก กวาดต้อนชิมความหวานกำซ่านราวหิวกระหาย ทุกสัมผัสตราตรึงถึงหัวใจ เวลานี้เมลดาลืมสิ้นแล้ว ว่าเขาเคยทำเธอเสียน้ำตาร้องไห้ไปตั้งเท่าไร

แรงดูดดึงทำใจดวงน้อยไหวยวบ แม้จะบอกตัวเองสักกี่ครั้งว่าให้เลิกรักเขา แต่ภายในใจลึก ๆ เธอรู้ว่าเธอยังคิดถึง และโหยหาเขาเหลือเกิน เมลดาตัวอ่อนปวกเปียก เธอรู้สึกไม่มีเรี่ยวแรงจะต้านทานเขาไว้ได้อีกแล้ว แม้ใจจะไม่อยากพ่ายแพ่แก่คนใจร้าย แต่ร่างกายกลับพ่ายแพ้แก่ฤทธิ์เสน่หาที่เขานำพา

ภีมมาค่อย ๆ เอนกายเธอลงยังที่นอนนุ่ม ก่อนจะทาบทับลงมาในขณะที่ริมฝีปากยังคลอเคลียกันไม่ห่าง รสหวานที่แสนคิดถึง ทำให้หัวใจทั้งคู่อิ่มฟูไม่ต่างกัน สองร่างต่างบดเบียดเข้าหากันอย่างแนบชิด จนแทบจะไม่มีที่ว่างให้สิ่งใดมาแทรกกลางได้

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel