ตอนที่ 3.1
เตชิต
ผมแทบเป็นบ้าตาย ตั้งใจจะโทร.ไปพูดคุยกับกิ่งฉัตร แต่ดันซวยไปเจอคู่รักกำลังพากันขึ้นสวรรค์ ผม
เฝ้าถามตนเองอยู่ตลอดเวลาว่าทำไมผู้ชายคนนั้นไม่ใช่ผม ทำไมต้องเป็นคนอื่น ผมสัญญากับตนเองว่าจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้กิ่งฉัตรมาเป็นของผม พรุ่งนี้ก่อนเถอะ
“เต้เองเหรอ มานั่งทำอะไรตรงนี้ไม่เข้าบ้านล่ะ” พี่ตี้ เธอเป็นพี่สาวผมเอง อายุมากกว่าผมหนึ่งปี หรือเรียกได้ว่าเกิดหัวปีท้ายปี
ผมมีพี่น้องทั้งหมดสี่คน ผมเป็นคนที่สาม พี่ต้น ธราธร พี่ตี้ ดารากร ผม เตชิต และน้องชายชื่อต้า ตระการ หากแม่ผมไม่ทำหมันก่อนผมคงได้น้องเพิ่มแน่นอน แต่แม่ผมตัดสินใจทำหมันเพราะท่านไม่อยากตั้งครรภ์อีก แม้ว่าท่านจะป้องกันทุกวิธีเพื่อไม่ให้ตั้งครรภ์ แต่กลับมีอย่างไม่ทันตั้งตัว พี่น้องของผมจึงมีอายุห่างกันเพียงแค่ปีสองปีเท่านั้น
“ออกมาคุยงานนิดหน่อย เพิ่งกลับเหรอพี่ตี้” ผมตอบ แม้ว่าจะวางสายจากกิ่งฉัตรไปนานแล้วก็ตาม ผมไม่มีอารมณ์จะลุกเดินไหนเลย จึงนั่งอยู่หน้าบ้านครู่ใหญ่
“อยู่เคลียร์งานนิดหน่อยน่ะ ไม่คิดจะกลับมาช่วยงานที่บ้านเหรอ”
ครอบครัวของผมมีธุรกิจที่พ่อแม่สร้างไว้ให้ เป็นธุรกิจเกี่ยวกับงานประมง อาหารทะเลสด อบแห้งและนำมาแปรรูป พ่อกับแม่และพี่ต้นจะดูแลอยู่ที่ภูเก็ตซึ่งเป็นบ้านเกิดผมเอง ส่วนพี่ตี้จะดูแลบริษัท ซึ่งตั้งเป็นสำนักงานใหญ่อยู่ในกรุงเทพมหานคร ส่วนผมไม่อยากแย่งอะไรพี่น้องจึงตัดสินใจออกมาทำธุรกิจเป็นของตัวเอง และมันก็ไปได้ดีไม่มีสะดุดหรือติดอุปสรรคอะไรเลย นับว่าโชคดีมาก แต่ผมก็ไม่ประมาทพยายามขอคำปรึกษาคำแนะนำจากพ่อแม่เสมอ
“งานผมก็ยุ่งไม่ต่างกันหรอกพี่ตี้ แต่ถ้าที่บริษัทมีปัญหาก็โทร.หาผมได้ทันทีเลย”
“พี่คงไม่ยอมให้มันถึงจุดนั้นหรอก เฮ้อ….ไปอาบน้ำนอนดีกว่า แกก็รีบเข้าบ้านล่ะด้วยยุงจะห่ามเอา”
“เออ”
ผมมองขึ้นไปบนฟ้าอีกครั้ง ตามจริงผมมีคอนโดฯ ใกล้บริษัท แต่พรุ่งนี้ต้องเดินทางไกลจึงตัดสินใจมาเปลี่ยนรถยนต์คู่ใจเป็นรถยนต์อีกคันที่จอดทิ้งไว้ที่บ้าน นาน ๆ ต้าจะขอเอาออกไปขับทีหนึ่ง ผมจะทำอย่างไรดี
กับหัวใจตัวเอง ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมไม่เคยมีใครเลย เพราะว่ารออยู่แค่คน ๆ เดียวเท่านั้น โดยไม่รู้เลยว่าเธอมีอีกคนอยู่แล้ว ผมจะสู้คนในใจเธอได้ไหม
เริ่มงานวันที่สองก็ได้เดินทางเสียแล้ว เมื่อเช้าเธอเกือบทะเลาะกับแฟนหนุ่ม เมื่อเขารู้ว่าเจ้านายเป็นผู้ชายเขาจึงถามว่าอยากทำงานนี้อยู่ไหม ซึ่งแน่นอนว่าเธอไม่อยากทำเลย ทว่าเงินเดือนที่นี่ค่อนข้างสูงมาก ทำให้เธอยอมอดทนทำไปก่อนโดยไม่ยอมบอกเรื่องที่ถูกเจ้านายหนุ่มลวนลามแทะโลมในที่ทำงาน เธอได้แต่บอกกับตนเองว่าต่อไปจะต้องระวังตัวและรักษาระยะห่างให้มากกว่านี้
เจนภพไม่ยอมกลับ แม้ว่าทุกครั้งเวลาไปส่งแฟนสาวที่ทำงานเขาก็ส่งและกลับเลย ส่วนตอนเย็นก็มารับ แต่วันนี้แปลกไปจากเดิม บริษัทยังไม่มีใครมาทำงานเพราะมันเพิ่งจะเจ็ดโมงเช้า
“เจ”
“กิ่งอย่าไล่เจ เจอยากเจอเจ้านายกิ่ง” เขาบอกความตั้งใจของตนเองให้แฟนสาวรับรู้
ในเมื่อเขาพูดแบบนี้แล้ว เธอจึงไม่กล้าขัดใจ สำหรับเธอคิดว่าการที่เจนภพรอเจอบอสเตชิตเช่นนี้เป็นเรื่องที่ดี เพราะถ้าเตชิตรู้ว่าแฟนหนุ่มของเธอขี้หวงมากขนาดนี้ เขาอาจจะเลิกยุ่งกับเธอก็ได้ รอไม่นานนักเตชิตก็เลี้ยวรถยนต์ราคาแพงเข้ามาจอดหน้าบริษัท คราแรกกิ่งฉัตรไม่มั่นใจว่าใช่เจ้านายตัวเองหรือไม่ แต่พอเขาเปิดประตูลงจากรถจึงรู้ว่าเป็นเตชิต
เขาเดินสวมแว่นกันแดดสีดำลงมาจากรถยนต์ วันนี้เตชิตแต่งตัวเนี๊ยบกว่าเมื่อวาน เขาดูดี หล่อ เท่มาก กิ่งฉัตรยกมือไหว้ทักทายเจ้านายหนุ่ม ส่วนเจนภพมองดูเฉย ๆ ทว่าสายตาของเขาไม่หลบสายตาของเตชิตที่มองมาเลยแม้แต่นิดเดียว เหมือนว่าเสือเห็นเสือด้วยกันแล้วกระมัง
“สวัสดีครับกิ่ง ขอโทษที่พี่มาช้านะพอดีลืมของสำคัญเลยแวะร้านสะดวกซื้อหน้าปากซอย” เตชิตพูดกับเธอแต่สายตาเขาไม่มองเธอเลย ทำให้กิ่งฉัตรลอบกลืนน้ำลายด้วยความลำบากใจ
“ไม่เป็นไรค่ะบอส เราไปกันเลยไหมคะ”
“นี่ใคร แฟนเหรอ ไม่แนะนำให้พี่รู้จักบ้างเหรอ”
เตชิตไม่สนใจคำพูดเธอเลย เขามองข้ามเธอไปยังผู้ชายอีกคน เจนภพยื่นมือมาทักทายเตชิต
“ผมเจนภพ แฟนของกิ่งเอง ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ”
“เช่นกันครับ ผมเตชิต วันนี้คงต้องขออนุญาตพาแฟนของคุณไปทำงานนอกสถานที่นะครับ หวังว่าคงไม่ว่าอะไร”
“หึ ผมมีเหตุผลพอแยกแยะออกว่าเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องงาน เราสองคนคบกันมานานแล้วครับ เข้าใจกันดีอีกไม่นานเราสองคนก็จะแต่งงานกัน เชิญล่วงหน้าเลยแล้วกันนะครับ” เจนภพวางไพ่เหนือกว่า พร้อมกับโอบไหล่บางเข้ามากอดไว้หลวม ๆ
“ยินดีด้วยนะครับกิ่ง เอาเป็นว่าคุณหายห่วงได้เลยว่ากิ่งทำงานกับผมจะต้องปลอดภัยเข้าพิธีแต่งงานได้อย่างแน่นอน” เตชิตกล่าวเสริมในใจว่า เจ้าบ่าวคือกูเองไม่ใช่มึง
“ไปเถอะครับกิ่ง เดี๋ยวรถติด ผมเสียเวลามากแล้ว ขอตัวนะครับคุณแฟน”
“กิ่งไปก่อนนะเจ กิ่งโทร.หานะ”
มันไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิดไว้แต่แรกเลย เตชิตพาเธอไปดูโรงงานทำเครื่องประดับจริง แต่ไปเพียงแป๊ปเดียวเท่านั้น อยู่ที่นั้นไม่ถึงชั่วโมงเลย โรงงานทำเครื่องประดับเป็นบริษัทเพื่อนที่ร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กันเท่านั้น ไม่ใช่ของเขา
“เทียร่าดีใจนะคะที่เต้มาด้วยตัวเอง” สาวสวยหุ่นดีเดินเข้ามาพูดคุยกับบอสเตชิต จากท่าทีที่ดูสนิทสนมกันทำให้กิ่งฉัตรเข้าใจได้ทันทีว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาคงลึกซึ้งมาก
“ผมพากิ่งมาดูโรงงานเลยต้องมาด้วยตัวเองครับไม่คิดเลยนะครับว่าจะมาเจอคุณเทียร่าด้วย” ชื่อบุคคลที่สามถูกเอ่ยขึ้นมา เทียร่าปลายตามองหญิงสาวร่างบางด้วยสายตาเหยียด
กิ่งฉัตรเม้มปากเป็นเส้นตรงเมื่อคิดว่าตนเองไม่สมควรอยู่ตรงนี้เลย แต่ก็ได้แต่คิดเท่านั้น เธอยกมือไหว้คุณเทียร่าด้วยความถ่อมตน เธอกำลังจะอ้าปากแนะนำตัวกับเทียร่าแต่ก็ถูกเจ้านายหนุ่มชิงพูดขึ้นก่อน
“กิ่งครับ นี่คุณเทียร่าเธอเป็นผู้จัดการฝ่ายขายที่นี่และยังเป็นลูกสาวของเจ้าของโรงงานด้วย ส่วนนี้กิ่ง
ฉัตรเป็นเลขาฯ ผมเอง”
“เดี๋ยวนี้เต้รับเลขาฯ ด้วยเหรอคะ จะไหวเหรองานที่นี่หนักนะ อีกอย่างเต้ต้องเดินทางบ่อยด้วย แล้วป้องกูลล่ะคะเขาไม่เป็นผู้ช่วยให้เต้แล้วเหรอ” เทียร่าพูดกับเธองั้นหรือ กิ่งฉัตรเริ่มสับสน หล่อนปรายตามองมาทางเธอแต่ไม่ได้มองหน้าของคู่สนทนา
“ป้องกูลยังทำงานกับผมอยู่ครับ ช่วงนี้ผมขยายฐานลูกค้าเพิ่มทำให้ต้องหาผู้ช่วยมาเพิ่ม”
“งั้นเทียร่าให้คุณหมวยมาพากิ่งฉัตรไปดูงานเองนะคะ ส่วนเราสองคนไปดื่มกาแฟทางโน้นดีกว่า” เทียร่าต้องการอยู่กับเตชิตตามลำพังจึงต้องกำจัดก้างออกไปก่อน
“ไว้คราวหน้าดีกว่าครับ พอดีผมต้องคุยงานกับคุณพิชัยด้วย ขอตัวนะครับ” เขาตัดบททันทีก่อนจะฉุดรั้งข้อมือเล็กให้เดินตามไป
เทียร่าตกใจกับการกระทำเกินหน้าที่ของเตชิตกับแม่เลขาฯ คนใหม่ เธอหงุดหงิดและโมโหมากอยากจะเดินตามไปจิกหัวกิ่งฉัตรมาตบให้หายหงุดหงิด เตชิตครองตัวเป็นโสดมาตลอดตั้งแต่เลิกรากับเธอเมื่อ
ห้าที่ก่อน เขาไม่เคยยุ่งกับผู้หญิงคนไหนเลยจนเธอคิดว่าเขาคงไม่ลืมเธอ แต่ตลอดระยะเวลาที่คบหากันมาเตชิตเป็นผู้ชายที่บ้างานขั้นเทพไม่สนใจเธอ หากแต่งงานกันไปเธอคงเหงามากกว่าตอนที่ยังไม่แต่งงานแน่ ๆ
เมื่อปีที่แล้วนี่เอง ธุรกิจของเตชิตกำลังไปได้สวยทำให้พ่อของเธอแอบเสียดายอดีตว่าที่ลูกเขยคนนี้ ท่านจึงรบเร้าแกมบังคับ ให้ลูกสาวเห็นความดีของเตชิต ผู้ชายที่ขยันทำงานแบบนี้ หากได้มาเป็นสามีไม่มีวันอดตายอย่างแน่นอนถึงเขาจะบ้างานมากไปหน่อย แต่เขาก็จะทำให้เทียร่ากับลูกในอนาคตสบายอย่างแน่นอน และที่สำคัญช่วงนั้น เทียร่ากำลังโสดเธอจึงคิดจะสานสัมพันธ์กับเตชิตอีกครั้ง
ฉันไม่มีวันยอมเสียเตชิตไปเด็ดขาด เทียร่ารู้สึกแพ้เมื่อเห็นเตชิตห่วงความรู้สึกของเลขาฯ แถมยังดูแลเป็นอย่างดีอีกด้วย
