บัญชารักซาตาน

164.0K · จบแล้ว
พราวนภา
60
บท
24.0K
ยอดวิว
7.0
การให้คะแนน

บทย่อ

“ไปเก็บของ ฉันจะไปส่ง” แล้วก็เป็นไปตามที่คาด ลูเซียสสั่งด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง“ไม่มีอะไรที่ฉันต้องเอาไป ฉันมาแต่ตัวก็ควรจะไปแต่ตัว” จอมใจพยายามค้นหาความรักในดวงตาคู่นั้น กลับเจอแต่ความว่างเปล่า หรือมันอาจจะไม่มีตั้งแต่แรกแล้วก็ได้ เพียงคิดแค่นั้นหัวใจก็บีบเค้นจนแทบกระอักเลือด“คุณจะปล่อยฉันไปจริงเหรอ” ถามเพราะไม่เชื่อในสิ่งที่หูได้ยิน ทำไมถึงรู้สึกใจหายก็ไม่รู้ เวลาที่ต้องจากกันมันช่างเดินทางมาถึงเร็วนัก ต่อแต่นี้ไปทุกอย่างคงจะไม่เป็นเหมือนเดิม ไม่สิมันต้องไม่มีวันเป็นเหมือนเดิม ไม่มีอีกแล้วช่วงเวลาดีๆ กับคนที่ตัวเองรัก มันจบลงไปตั้งแต่วันที่เขาไม่เชื่อใจเธอ“ทำไม ทำหน้างงทำไม หรือว่าติดใจในรสสวาทของฉัน แต่เสียใจนะ ฉันสะอิดสะเอียนเธอเต็มทน” ยักไหล่ด้วยท่าทางไม่ยี่หระ มองเธอเหมือนของไร้ค่าไร้ราคา ที่ไม่มีชีวิตจิตใจ พออยากได้ก็บังคับอย่างเลือดเย็น พอเบื่อก็ถีบหัวส่งอย่างเฉยเมย“คุณไม่จำเป็นต้องเอาเครื่องไปส่งฉันหรอก แค่ให้เรือไปส่งฉันที่ฝั่งก็พอ” เธอไม่ต้องการความปรานีใดๆ จากเขาอีกต่อไป ในเมื่อเขาโหดร้ายมาแต่ต้น ก็ไม่จำเป็นต้องมาทำดี หากเขาอยากจะขับไสไล่ส่ง เพราะไม่ต้องการเธอแล้ว ก็ขอแค่บอกให้ได้รับรู้“จองหอง!” บริภาษลั่น แต่เธอก็ไม่เกรงกลัว กำหมัดแน่น จ้องมองใบหน้าเขาเขม็ง“ฉันไม่ได้จองหอง แต่ไม่ต้องการความเมตตาใดๆ จากคุณทั้งสิ้น เราจะได้ไม่ต้องมีอะไรติดค้างกันอีก ขอให้เราจบกันแต่เพียงเท่านี้ ตายก็ไม่ต้องไปเผาผี ฉันจะถือซะว่าไม่เคยได้รู้จักคนอย่างคุณ มิสเตอร์ลูเซียส มาร์ติอาน่า” ปากก็พูดไปอย่างนั้นแต่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่หัวใจถึงจะหยุดกู่ร้องเรียกหาชายผู้นี้ได้“ดี๊…ได้อย่างนั้นก็ดี”“ก่อนที่เราจะจากกัน ฉันอยากรู้ว่า…คุณเคยรักฉันจริงๆ บ้างไหม” นี่คือสิ่งที่ยังติดค้างในใจ อยากรู้ว่าคำว่ารักที่เคยได้ฟังจากปากเขา มันจริงเท็จเช่นไร หากเขาได้แถลงไขให้กระจ่างแล้ว เธอก็จะได้จากไปอย่างไม่ห่วงหาอาลัย เลิกคิดเข้าข้างตัวเอง ว่าซักวันเขาจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม“หึ หึ จะบอกอะไรให้นะจอมใจ เผื่อฟังแล้วจะได้ฉลาดขึ้นมาบ้าง สำหรับผู้ชายอย่างฉัน ผู้หญิงทุกคนก็เหมือนไวน์นั่นเเหละ กินตอนเเรกมันก็นุ่มลิ้นดี ถ้ากินรสเดิมไปนานๆ ก็คงเซ็งตายชัก แต่หากพวกหล่อนมาเสนอ ผู้ชายอกสามศอกดีกรีความร้อนแรง ไม่เป็นสองรองใครอย่างฉัน ก็ต้องสนองให้ซะหน่อย เดี๋ยวจะหาว่าเกาไม่ถูกที่คัน ยิ่งถ้าคันแล้วไม่ได้เกาคงทรมานแย่ สรุปคือฉันไม่เคยรักเธอเลย” พูดมาซะยืดยาวด้วยใบหน้าแสยะยิ้มและท่าทางไม่ยี่หระ สุดท้ายก็มาลงด้วยการทำร้ายหัวใจคนฟังอย่างแสนสาหัส“ที่ฉันทำดีกับเธอนักหนา ก็เพราะว่าต้องการแยกเธอออกมาจากโดมินิกแค่นั้นเอง หากไม่อยากให้น้องสาวฉันสมหวังในรัก ไม่มีทางที่คนอย่างฉันจะลดตัวลงไปเกลื้อกกลั้วกับเธออย่างเด็ดขาด”

นิยายรักโรแมนติก

จุดเริ่มต้น

โรงแรมแกรนด์ โอเปร่า

ย่านบอร์ดเวย์ มหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

ท่ามกลางความเจริญของเมืองที่ดาษดื่นไปด้วยตึกระฟ้า ยังมีโรงแรมเก่าแก่ทว่าโอ่อ่าและหรูหรา ซึ่งรังสรรค์ขึ้นด้วยการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมสมัยเก่าและสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว ถูกจัดให้อยู่ในอันดับหนึ่งในสิบของโรงแรมที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากลูกค้าและนักท่องเที่ยว จากนิตยสารแนะนำที่กิน ที่เที่ยวและที่พักชั้นนำของโลก โรงแรมแห่งนี้ตั้งอยู่ ณ ใจกลางกรุงนิวยอร์กซิตี้ มหานครเอกและเมืองที่เจริญที่สุดในโลก

แค่ชื่อของโรงแรมก็บ่งบอกและการันตีได้เป็นอย่างดีแล้วว่า เป็นสถานที่จัดแสดงโอเปร่าขึ้นชื่อของอเมริกา บางคนเรียกที่นี่ว่าโอเปร่าเฮาส์ ซึ่งโอเปร่าเฮาส์ที่ว่านี้หาใช่โรงอุปรากรที่ซิดนีย์ ของประเทศออสเตรเลียแต่อย่างใด การแสดงโอเปร่าของทางโรงแรมแกรนด์ โอเปร่า จัดขึ้นเพื่อต้อนรับแขกที่เข้าพักโรงแรมและผู้ที่ชื่นชอบศิลปะการแสดงแขนงนี้จากทั่วทุกมุมโลก จะมีให้ชมกันในวันหยุดสุดสัปดาห์ของทุกอาทิตย์ ทุกรอบที่มีการแสดงบัตรจะถูกขายจนหมดเกลี้ยง ฉะนั้นโอเปร่าจึงถือเป็นตัวชูโรงของโรงแรมชื่อดังแห่งนี้

วันนี้เป็นต้นสัปดาห์จึงไม่มีการจัดแสดงโอเปร่า ทำให้บรรยากาศภายในโรงแรมลดความคึกคักลงไปบ้างเล็กน้อย แต่ถึงกระนั้นแขกที่มาใช้บริการก็ยังหนาตาอยู่ไม่สร่างซา โดยเฉพาะในเวลาทานอาหารค่ำเช่นนี้ ห้องอาหารของโรงแรมคราคร่ำไปด้วยแขกระดับวีไอพี ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นผู้ลากมากดี เศรษฐี ไฮโซ และคนมีชื่อเสียงในแวดวงสังคม บางคนก็แต่งตัวมาโชว์ฐานะ อวดร่ำอวดรวย ไม่ต่างอะไรกับตู้เพชรเคลื่อนที่ มองแล้วชวนให้นึกขันอยู่ไม่น้อย

ขณะนี้จอมใจ ยอดหญิง วิศวกรสาวชาวไทย กำลังนั่งทานอาหารค่ำร่วมกับหนุ่มหล่อ ที่คอยเทียวไล้เทียวขื่อเธอตลอดระยะเวลาสามเดือนที่ผ่านมา…โดมินิก ลิเบอรี มหาเศรษฐีหนุ่มหล่อ เสเพลย์บอยชาวอังกฤษ ผู้ย้ายถิ่นฐานมาตั้งรกรากและทำธุรกิจที่อเมริกา และเป็นคู่ค้ารายสำคัญของวาเลนติอาโน่ กรุ๊ป เขารู้จักกับจอมใจเมื่อสามเดือนที่แล้ว ผ่านทางงานที่ต้องติดต่อกันอยู่เป็นประจำ แค่แรกพบโดมินิกก็รู้สึกถูกชะตากับหญิงสาว และยิ่งได้ใกล้ชิดมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งเกิดความหลงใหลในความเป็นตัวตนของเธอมากเท่านั้น

อาหารเลิศรสบวกกับบรรยากาศแสนจะโรแมนติก คลอเคล้าด้วยดนตรีแจ๊สสุดคลาสสิค อันเกิดจากฝีมือการบรรเลงขั้นเทพของศิลปินร่วมสมัยผู้มีชื่อเสียงกระฉ่อน และเป็นที่กล่าวขานของคนทั่วโลกอยู่ในขณะนี้ เสียงอันไพเราะเพราะพริ้งจากบทเพลงที่กำลังบรรเลง เป็นตัวเรียกน้ำย่อยเสริมความอยากอาหารให้หลายๆ คนในห้องอาหารอันหรูหราแห่งนี้ การละเลียดอาหารช้าๆ ไปพร้อมกับการฟังเพลงในจังหวะเบาๆ มันช่างเป็นอะไรที่น่าอภิรมย์สำหรับหลายคนในที่นี้ยิ่งนัก ยิ่งถ้าได้ไวน์ชั้นดีมาขึ้นโต๊ะด้วยแล้ว นี่มันสวรรค์บนดินชัดๆ บ้างก็มีคู่รักออกไปเต้นรำโอบกอดและซบไหล่กันซึมซับบรรยากาศอันน่าจดจำ แต่จอมใจกลับไม่มีความรู้สึกเหล่านั้นเลยแม้แต่กระผีกเดียว

ใช่ว่าเธอจะขาดสุนทรียภาพทางอารมณ์ ตรงกันข้าม เธอเองก็ชื่นชอบการฟังเพลงอยู่ไม่น้อย ถึงแม้ว่าแจ๊สจะไม่ใช่หนึ่งในประเภทดนตรีที่เธอพิสมัยก็ตาม ซึ่งเหตุผลที่ทำให้ทุกอย่างดูกร่อย ก็มาจากการมาทานข้าวกับคนที่เธอให้คำจำกัดความแค่คำว่าเพื่อน ไม่มีทางจะขยับสถานะมาเป็นเพื่อนรู้ใจหรือในนามของคำว่าแฟนอย่างโดมินิก ใช่ว่าเธอจะไม่เคยไปไหนมาไหนกับเขาตามลำพัง แต่มาวันนี้มันกลับดูแตกต่าง บรรยากาศชวนให้รู้สึกอึดอัดและกระอักกระอ่วนในเวลาเดียวกัน ตอนแรกที่ชายหนุ่มชวนมาดินเนอร์ใจหนึ่งสาวแสบก็อยากจะปฏิเสธ แต่ก็กลัวว่าพ่อหนุ่มหล่อจะเสียใจจึงได้ตกปากรับคำด้วยภาวะจำยอม

ก่อนหน้านี้จอมใจได้ไปเรียนรู้งานที่สำนักงานใหญ่ ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี เป็นเวลาหกเดือน แล้วนำความรู้ที่ได้กลับมาต่อยอดร่วมกับทีมงานที่อเมริกา พอทุกอย่างเข้าที่เข้าทางจนหมดแล้ว เธอก็ทำเรื่องขอย้ายไปประจำการที่บริษัทแม่ในอิตาลีทันที โดยให้เหตุผลว่าอยากจะลองทำอะไรที่มันแปลกใหม่ดูบ้าง ประจวบเหมาะกับทางบริษัทแม่กำลังจะมีโปรเจคใหญ่เกี่ยวกับการวางโครงข่ายเซลล์เชื้อเพลิงที่ไนจีเรีย หัวหน้าของเธอจึงไม่คิดจะคัดค้านหรือเหนี่ยวรั้งลูกน้องเอาไว้ เพราะเห็นว่าคนมากความสามารถและมุมานะอย่างจอมใจ ยังมีโอกาสที่จะก้าวหน้าในสายงานได้อีกเยอะ หากเธอได้ทำงานในด้านที่ตัวเองถนัด

และเหตุผลสำคัญอีกประการหนึ่ง ที่ทำให้จอมใจตัดสินใจว่าจะย้ายไปทำงานที่อิตาลีอย่างแน่นอน ก็คือพ่อหนุ่มหล่อที่กำลังนั่งละเลียดอาหารร่วมโต๊ะกับเธออยู่ ณ ขณะนี้นั่นเอง จอมใจไม่ใช่คนโง่ จึงรู้ว่าที่โดมินิกเข้ามาตีสนิทและคอยมารับมาส่ง บ้างก็ชวนไปเที่ยว ไปกินข้าว ไปดูหนัง ไปดูอเมริกันฟุตบอลในสุดสัปดาห์ ทั้งหมดทั้งมวลนี้เป็นเพราะเขาแอบมีใจให้เธอ ซึ่งชายหนุ่มก็เลือกที่จะแสดงออกด้วยการกระทำมากกว่าคำพูด

จอมใจยอมรับว่าเมื่อได้รู้จักกับโดมินิก ชีวิตของเธอก็มีสีสันกว่าแต่ก่อนมากโข เขาทำให้วันหยุดสุดสัปดาห์อันน่าเบื่อกลายเป็นวันที่น่าตื่นเต้นมาตลอดระยะเวลาสามเดือน พาไปเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ในสิ่งที่เธอไม่คิดว่าตัวเองจะได้ทำในชีวิตนี้ แต่เขาก็เป็นได้แค่เพื่อนที่ดีคนหนึ่งสำหรับเธอเท่านั้น เพราะสาวแสบไม่คิดจะเปิดใจรับชายใดเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต ไม่ว่าจะในตอนนี้หรือในอนาคตวันข้างหน้า เด็กกำพร้าไร้ญาติอย่างเธออยู่คนเดียวมาเนิ่นนานจนชินชา เกินกว่าจะหาใครมาร่วมเดินทางเคียงข้างเสียแล้ว

“จอมคุณจะย้ายไปทำงานที่อิตาลีจริงเหรอครับ” โดมินิกเอ่ยเสียงขรึม ใบหน้าหล่อเหลาตามแบบฉบับผู้ดีอังกฤษฉายแววอาลัยอาวรณ์อย่างเห็นได้ชัด รู้สึกเสียดายที่ตัวเองมาเจอเธอช้าไป หากพบกันตั้งแต่หญิงสาวมาทำงานที่อเมริกาใหม่ๆ ไม่แน่ว่าตอนนี้ทั้งสองอาจจะเป็นแฟนกันไปแล้วก็ได้

“ค่ะดอม ฉันอยากลองทำอะไรที่มันท้าทายดูบ้าง และคิดว่าที่อิตาลีคงจะสนองความต้องการของฉันได้ไม่มากก็น้อย” จอมใจพยักหน้าหงึกหงัก ทำเสียงงึมงำเพราะยังมีข้าวอยู่เต็มปาก จนเขาอดที่จะอมยิ้มด้วยความเอ็นดูไม่ได้ และนี่ก็เป็นเสน่ห์เฉพาะตัวอีกอย่างหนึ่งของเธอที่ทำให้เขาหลงใหล ความเป็นธรรมชาติที่ไม่เคยได้สัมผัสจากผู้หญิงคนไหนมาก่อน ทำให้หนุ่มเพลย์บอยคิดจะลองคบหาอย่างจริงจังกับสาวเจ้าดูซักตั้ง

“ลองไปทำงานที่บริษัทผมดูไหม เผื่อมันจะเป็นอะไรที่ท้าทายสำหรับคุณบ้าง” คนไม่อยากจากสาวที่ตัวเองแอบปลื้มชักชวนด้วยท่าทางกระตือรือร้น เพียงหวังว่าข้อเสนอของตน จะสามารถเหนี่ยวรั้งสาวเอเชียร่างเล็กแต่ใจใหญ่ให้อยู่ทำงานที่อเมริกาต่อไปอีก

“โอ๊ย…อย่าเลยค่ะ ฉันไม่อยากทำให้งานคุณเสียหาย ยัยจอมคนนี้ยิ่งมือบอนอยู่ด้วยสิ” จอมใจเข้าใจในคำพูดของอีกฝ่ายในทันที ว่าเขาอยากจะให้เธอเปลี่ยนใจอยู่ที่นี่ต่อไป จึงตอบกลับอย่างติดตลก เพื่อดับความตึงเครียดที่กำลังก่อตัวขึ้นลูกย่อมๆ

“เฮ้อ…งั้นเราก็คงต้องไกลกันจริงๆ แล้วสินะ” ระบายลมหายใจออกมาแรงๆ โดมินิกรู้ดีว่าหากจอมใจได้ลั่นวาจาหรือตัดสินใจไปแล้ว ไม่มีทางที่เธอจะล้มเลิกความตั้งใจง่ายๆ แน่ ฉะนั้นสิ่งที่เขาพอทำได้ในตอนนี้คือยอมรับในการตัดสินใจของเธอ ปล่อยเธอไปก่อน แต่เขาจะไม่ยอมปล่อยให้เธอหลุดมือไปอย่างเด็ดขาด

“ก็คงต้องเป็นอย่างนั้นล่ะค่ะ” จอมใจพูดโดยไม่มองหน้าคู่สนทนา แสร้งทำทีเป็นสนใจอาหารที่วางเรียงรายอยู่ตรงหน้า จนเขาอดที่จะน้อยใจไม่ได้ ตั้งแต่รู้จักกันมาไม่เคยเลยสักครั้งที่หญิงสาวจะแสดงให้เขารู้ว่า เธอยอมแง้มหัวใจดวงแกร่งเปิดรับเขาบ้างแล้ว

“ผมจะพยายามหาเวลาไปหาคุณบ่อยๆ แล้วกันนะ” น้ำเสียงของมหาเศรษฐีหนุ่มฟังดูจริงจังและจริงใจ โดมินิกรู้สึกใจหายอยู่ไม่น้อยที่จอมใจจะย้ายไปทำงานที่อิตาลี อยู่ไกลหูไกลตาเขากลัวเหลือเกินว่าจะมีผู้ชายคนอื่นมาฉกตัวเธอไปซะก่อน

“ไม่ต้องให้ความสำคัญกับเพื่อนอย่างฉันขนาดนั้นก็ได้ค่ะ หากคิดถึงแค่โทรไปก็พอ” จอมใจไม่ได้ตัดรอนเลยซะทีเดียว แต่ก็พยายามตอกย้ำสถานะของทั้งสองให้อีกฝ่ายได้พึงระลึก เขาจะได้ไม่ต้องปักใจกับเธอมาก การรักษาระยะห่างเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทั้งสองฝ่าย

“จอม ผม…”

ตี๊ด…ตี๊ด…ตี๊ด

ทั้งสองยังไม่ได้พูดอะไรกันมากไปกว่านั้น เสียงโทรศัพท์ของโดมินิกก็กรีดร้องขึ้นมารบกวนซะก่อน ทำให้วาจาที่ชายหนุ่มตั้งใจจะพรั่งพรูออกมาให้เธอได้รับรู้จากใจถูกพับเก็บไว้

มือเรียวหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างกระเป๋าสตางค์บนโต๊ะอาหารขึ้นมาดู เพียงเห็นชื่อของคนที่โทรมาโชว์หราอยู่ที่หน้าจอมือถือราคาแพง โดมินิกก็ต้องระบายลมหายใจออกมายืดยาว ทำเป็นเพิกเฉยปล่อยให้มันดังอยู่อย่างนั้นอีกซักพัก ก่อนจะทำใจได้ถึงกดรับสายของมารดา

“ฮัลโหล หวัดดีครับมัม โทรหาผมมีอะไรหรือเปล่าครับ” เพลย์บอยหนุ่มรับสายเสียงเนือยๆ เพราะรู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายโทรมาด้วยเรื่องใด

“พ่อตัวดี ไปมุดหัวอยู่ที่ไหน แม่ขอสั่งให้แกกลับบ้านก่อนที่คู่หมั้นแกจะมาถึง” เสียงสั่งการโดยผู้กุมอำนาจสูงสุดของบ้านลิเบอรีดังมาตามสาย โดมินิกเผลอยกมือขึ้นกุมขมับ ความเจ้ากี้เจ้าการของมารดาทำให้เขาอึดอัดจนแทบจะหายใจไม่ออก

“แต่ผมติดธุระอยู่นะครับมัม” ทำเสียงกระซิบกระซาบกรอกลงไปในสาย โกหกมารดาคำโต เพราะถ้าหากเขาบอกความจริงมีหวังโดนคุณนายซาร่าบ่นจนหูชาแน่ พักหลังมานี้มารดายิ่งคอยเข้ามายุ่มย่ามกับชีวิตส่วนตัว จนเขาแทบจะกระดิกตัวไปไหนไม่ได้

“โยนมันทิ้งไปก่อนไอ้ธุระอะไรของแก แล้วก็รีบกลับมาต้อนรับหนูคาร่าเดี๋ยวนี้” สั่งลูกชายหัวแก้วหัวแหวนด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด จากนั้นคุณนายใหญ่แห่งตระกูลลิเบอรีก็ตัดสายไป

“บ้าเอ๊ย…มันจะอะไรกันนักหนาวะกับผู้หญิงคนนี้” โดมินิกหลุดสบถออกมาอย่างไม่อาจยั้งใจ คิดถึงคู่หมั้นสาวทีไรมันพลอยทำให้เขาหงุดหงิดอารมณ์เสียอยู่ร่ำไป ผู้หญิงอะไรขี้วีน ขี้เหวี่ยงและเอาแต่ใจอย่างร้ายกาจ เท่านั้นไม่พอ เธอยังอายุน้อยกว่าเขาเกือบเป็นรอบ ไม่รู้ว่าทำไมผู้ใหญ่ถึงได้จับคู่เขากับยัยเด็กนั่น

“มีอะไรหรือเปล่าคะดอม หน้าเครียดเชียว” จอมใจเห็นอีกฝ่ายเกิดอาการโมโหจนหน้าดำหน้าแดง จึงขมวดคิ้วด้วยความสงสัย

“ไม่มีอะไรหรอกครับจอม แม่ผมแค่โทรมาตามให้กลับบ้าน” ตอบแบบไม่ทุกข์ร้อนอะไร ใบหน้าหล่อเหลาเปลี่ยนมาฉาบด้วยรอยยิ้ม เขาไม่อยากจะทำตามบัญชาของมารดาในตอนนี้ ยังอยากจะอยู่กับผู้หญิงที่ตนแอบมีใจให้นานกว่านี้ เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ทั้งสองถึงจะได้พบหน้ากันอีก

“งั้นก็กลับเถอะค่ะ อย่าขัดใจท่านเลย ฉันอิ่มพอดี” จอมใจบอกชายหนุ่มด้วยรอยยิ้ม รวบช้อนแล้วยกแก้วน้ำขึ้นดื่มรวดเดียวหมด

“จอม…แล้วผมจะไปเยี่ยมจอมที่อิตาลีนะ” สายตาคมปลาบจ้องใบหน้างามไม่คลาดคลา เขาไม่ได้แค่พูดแต่เขาจะทำให้ได้อย่างที่พูดจริงๆ

โดมินิกเอื้อมไปฉวยมือบางของจอมใจมากระชับไว้ในอุ้งมือใหญ่ แล้วมองสบตาสื่อความหมายที่ไม่สามารถถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูด เขาอยากจะขอคบกับเธออย่างจริงจังและเปิดเผย แต่ติดตรงที่ว่าตนยังสลัดคู่หมั้นที่ได้มาด้วยความไม่เต็มใจให้หลุดไปจากคอ จึงได้แต่แอบซ่อนความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อหญิงสาวเอาไว้ก่อน แต่อีกไม่นานหรอกเขาจะดำรงตำแหน่งคนโสด ไร้พันธะผูกพัน แล้วเมื่อวันนั้นมาถึง โดมินิกจะยืดอกเดินเข้าไปจีบจอมใจได้อย่างเต็มภาคภูมิ ไม่ใช่ห่วงหน้าพะวงหลังอย่างเช่นในตอนนี้

“ค่ะ” จอมใจค่อยๆ ดึงมือออกมาจากการเกาะกุมของอีกฝ่าย พร้อมกันนั้นก็รับคำเบาๆ เพราะไม่อยากให้เขาเสียใจ จึงเลือกที่จะถนอมน้ำใจในฐานะเพื่อนที่ดีคนหนึ่ง ด้วยคำพูดที่คนฟังใจชื้น

“เดินทางปลอดภัยนะครับ” เจ้าของร่างผึ่งผายลุกขึ้นเต็มความสูงกว่าร้อยเก้าสิบเซ็นติเมตร แล้วฉวยโอกาสกอดร่างบางไว้แนบอก สาวแสบได้แต่ยืนแข็งทื่อให้ชายหนุ่มโอบกอดจนพอใจ

จากนั้นทั้งสองก็โบกมืออำลา จอมใจรู้สึกโล่งอกขึ้นมาเป็นกอง ได้แต่แอบหวังอยู่ในใจลึกๆ ว่าการตัดสินใจย้ายไปทำงานที่อิตาลีของตัวเองในครั้งนี้ จะทำให้โดมินิกตัดใจจากเธอได้บ้างไม่มากก็น้อย เพราะสิ่งที่เธอจะให้กับเขาได้มีเพียงความรักและความห่วงใยในฐานะเพื่อน หาใช่คนรักไม่