บทที่ 1 (บทหนังสั้นสำหรับถ่ายทำ ติ๊กตอก)
เสื้อซักได้แต่ใจซักไม่ได้
เอกเดินแกมวิ่งทั้งถือแก้วกาแฟและหิ้วไปด้วยเพื่อจะไปส่งลูกค้า ด้วยความรีบร้อนทำให้เขาเดินชนกับหมาน
หมาน “โอ๊ะ”
กาแฟหกรดเปื้อนเสื้อของหมาน และทันทีที่หมานมองเห็นคราบกาแฟบนเสื้อของตนเองเขามองหน้าเอก
เอก “ขอโทษครับ”
หมานตบหน้าเอกเต็มแรง
หมาน “นี่มึงตาบอดหรือไงเดินไม่ดูคน มึงรู้ไหมว่ากูกำลังจะไปที่ไหน แล้วเสื้อตัวนี้ราคาเท่าไหร่ คนอย่างมึงจะมีปัญหาซื้อมาใส่ได้ไหม”
เอก “ขอโทษครับ ผมจะเอาไปซักให้ครับ”
หมาน “นี่มึงปัญญาอ่อนหรือไง จะเอาเสื้อกูไปซักเนี่ยนะ กูต้องไปทำสัญญากับบริษัทใหญ่ นี่ก็เหลือเวลาอีกแค่ไม่กี่นาที มึงจะเอาเสื้อกูไปซักแล้วกูจะเอาเสื้อแพง ๆ แบบนี้ที่ไหนมาใส่แทนล่ะไอ้โง่”
กิ๊ฟ “น้องเขาขอโทษแล้ว และคุณก็ตบหน้าเขาแล้ว คุณไม่ควรพูดจาดูถูกเหยียดหยามเขาแล้วนะคะ”
หมาน “แล้วเสื้อราคาแพงของฉันมันสะอาดขึ้นมาไหมล่ะแค่คำขอโทษ ที่ฉันตบหน้ามันยังน้อยไปด้วยซ้ำกับความซุ่มซ่ามประมาทเลินเล่อทำให้คนอื่นเสียเวลาแบบนี้”
เอก “จะให้ผมทำยังไงครับ”
หมาน “ไปตายซะ ถ้ามึงเดินดี ๆตั้งแต่แรกเรื่องราวมันคงไม่เกิดแบบนี้”
กิ๊ฟ “อดีตมันผ่านมาแล้วค่ะ กลับไปพูดถึงได้ก็เท่านั้น ปัจจุบันนี้คุณทั้ง 2 อยู่ตรงนี้ เกิดความรุนแรงขึ้นในอารมณ์ของคุณที่ระงับดับลงไม่ได้เลย”
หมาน “กูชักจะรำคาญมึงแล้วนะ มึงเป็นใครเขามาแส่อะไรด้วย”
กิ๊ฟ “ฉันก็แค่คนสั่งกาแฟที่น้องเขาถือมานี่แหละค่ะ แล้วบริษัทที่คุณจะไปเซ็นสัญญา อยู่ที่ไหนคะ”
หมานชี้มือไปที่บริษัทหนึ่งที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงนั้น
กิ๊ฟ ถ้าเป็นบริษัทนี้ คุณถอดเสื้อราคาแพงโยนทิ้งได้เลยค่ะ เพราะเขาขายชุดกีฬา ถ้าคุณไปแบบนี้คุณต้องผิดหวังกลับมาแน่ค่ะ”
หมาน “แกจะรู้อะไร”
กิ๊ฟ “เพราะฉันคือประธานของบริษัทนั้น”
กิ๊ฟส่งนามบัตรให้หมานดู หมานอ่านแล้วหน้าเผือดซีดลงทันที
หมาน “ขอโทษนะครับผมไม่ทราบจริง ๆ ขอโทษที่ไม่สุภาพกับคุณ”
กิ๊ฟ “เสื้อผ้าต่อให้แพงขนาดไหน มันก็ย่อมซักให้สะอาดได้ แต่ใจคน ถ้ามัวหมองสกปรกดูถูกคน มองคนไม่เป็นคนแล้ว ซักชะล้างยังไงก็ไม่สะอาดไปได้”
หมานยืนก้มหน้านิ่งก่อนจะมองหน้าเอก
หมาน “ฉันขอโทษนะที่รุนแรงและหยาบคายกับนาย”
เอกยิ้มกว้างอย่างใส่ซื่อ
เอก “ไม่เป็นไรครับ”
เอกจับมือหมานอย่างปลอบโยน
.
ถนนกว้างแต่ใจคนคับแคบ
แม่ค้าเข็นรถเข็นขนมเพื่อจะไปขายที่ตลาดแต่ต้องเข็นไปบนถนนที่รถวิ่ง
เสียงแตรรถบีบไล่แม่ค้า
นน “ดูดูมันทำเข็นรถขายของมาบนถนนรถจะวิ่งจะแซงก็ลำบาก ไม่มีตาหรือไง”
นนบีบแตรไล่อีกครั้ง แม่ค้าก็รีบเข็นเพื่อจะเลี่ยงให้รถวิ่งได้
นน “อีบ้าเอ๊ย”
เมื่อรถผ่านได้นนเลื่อนกระจกแล้วตะโกนด่าก่อนจะหักพวงมาลัยรถแกล้งเฉียวร่มของแม่ค้าทำให้รั้งรถเข็นของแม่ค้าคว่ำลงเสียหาย
แม่ค้า “ว๊าย”
กิ๊ฟ “บาดเจ็บตรงไหนไหมคะ”
แม่ค้ารีบลุกขึ้นแล้วหันไปสนใจกับขนมที่อยู่บนรถเข็นโดยไม่สนใจว่าตนเองจะบาดเจ็บตรงไหน
ผู้เห็นเหตุการณ์ “รถคันนั้นดักไว้ก่อนเร็ว ให้มันกลับมาดูว่ามันทำอะไรไว้”
พลเมืองดีไปเคาะกระจกรถบอกให้นนลงไปดูแม่ค้า
กิ๊ฟเข้าพยุงแม่ค้าแล้วตรวจดูที่หัวเข่าให้แกล้มเพราะไม่ยอมปล่อยรถเลยกระแทกกับพื้นเลือดซึมออกมา
นน “ไม่ตายหรอกมั้ง คนที่ผิดคือแก เข็นรถมาบนถนนได้ไง ถนนมีไว้ให้รถวิ่งไม่ได้มีไว้ให้แม่ค้าต่ำ ๆ เข็นของสกปรกขาย”
แม่ค้า “ใช่ค่ะถนนมีไว้ให้รถวิ่ง แต่นี่คือทางเข้าตลาดก็ต้องมีแม่ค้าและคนซื้อของ คุณก็ต้องขับรถให้มันระมัดระวังไม่ใช่กระตุกจนคนอื่นเดือดร้อนแบบนี้”
นน “สรุปแกว่าฉันผิด ทั้งที่ฉันขับรถอยู่บนถนน แต่แกเข็นของขายขึ้นมาเข็นบนถนน แกเสียภาษีรถเข็นของแกไหม หา อีบ้า”
กิ๊ฟ “แต่คุณป้าได้รับบาดเจ็บและข้าวของเสียหาย คุณควรแสดงน้ำใจ”
นน “ไม่จ่ายมีไรไหม”
แม่ค้า “โรงเรียนเปิดเทอมฉันต้องขายขนมเอาเงินไปซื้อเสื้อผ้า หนังสือกระเป๋ารองเท้าให้หลานค่ะ ขนมเสียหายหมดเลย”
นน “อยากได้เงิน ก็เท่านี้ จบนะ แล้วอย่าเสือกมาเข็นของบนถนนอีกนะ เสียเวลา เสียเงิน อีบ้า”
นนโยนเงินให้แม่ค้าแล้วเดินผ่านไปอย่างหงุดหงิด
กิ๊ฟ “ฉันช่วยค่ะคุณป้า ขนมเสียหายก็ทำใหม่มาขายใหม่ได้ แต่ร่างกายบาดเจ็บถ้าไม่ดูแลรักษาจะทำขนมมาขายต่อไปไม่ได้นะคะ”
แม่ค้า “ขอบคุณมากค่ะ”
กิ๊ฟ “คราวหลังคุณป้าระวังหน่อยนะคะ แต่ตอนนี้หาหมอก่อนดีกว่ารักษาตัวก่อนเรื่องอื่นไว้ว่ากันทีหลัง ไปค่ะฉันจะพาไป”
แม่ค้ายกมือไหว้กิ๊ฟด้วยความซาบซึ้งในน้ำใจ
.
เงาร้องไห้
ภาพขอทานน้อย มองดูเด็กรุ่นเดียวกับเขาสวมชุดนักเรียนมีพ่อแม่จูงมือเดินผ่านหน้าไป
ขอทานน้อยยกขันเก่า ๆ ขึ้นเป็นการส่งสัญญาณว่าขอเงินหน่อย แต่ก็ไม่มีใครสนใจ พวกเขาทำเหมือนมองไม่เห็น
ขอทานน้อย “ขอเงินให้ผมหน่อยครับ”
ขอทานน้อยร้องบอกผู้คนที่เดินผ่านไป
แทนสายตาของขอทานน้อยมองไปยังรถเข็นขายข้าวเหนียวหมูปิ้งส่งกลิ่นหอมและคนมุงเข้าแถวกันซื้อ มองดูร้านอาหารที่คนเดินเข้าออกเพื่อซื้ออาหารบางคนก็นั่งทาน
รับภาพ ขอทานน้อยขยับไปใกล้ ๆ ร้านขายของที่คนเดินผ่านเยอะ
เถ้าแก่ร้านขายข้าวมันไก่ “ไปออกไปให้พ้นสกปรก ขวางทางคนเข้าออกร้าน”
เถ้าแก่ใช้เท้าเขี่ยขันของขอทานน้อยจนกระเด็นออกไป ขอทานน้อยรีบไปหยิบขันมาถือไว้
ขอทานน้อย “ขอบคุณที่มองเห็นผมนะครับ”
ขอทานน้อยยกมือไหว้เถ้าแก่ แล้วหาที่นั่งใหม่
กิ๊ฟ “เถ้าแก่ ฉันซื้อข้าวมันไก่ 2 ห่อนะคะเอาพิเศษให้เด็กน้อยคนนั้น”
เถ้าแก่ “ได้ครับ มันพูดแปลก ผมไล่มันให้ถอยออกไป แต่มันกลับยกมือไหว้ผมแล้วพูดว่า ขอบคุณที่มองเห็นมัน”
เถ้าแก่ทำข้าวมันไก่เสร็จแล้วส่งให้กิ๊ฟ
กิ๊ฟ “หนูจ๊ะ ฉันให้ข้าวนะจ๊ะ”
ขอทานน้อยมองหน้ากิ๊ฟแล้วร้องไห้ออกมา
ขอทานน้อย “ในที่สุดก็มีคนมองเห็นผมแล้ว ขอบคุณมากครับ”
กิ๊ฟ “ทำไมถึงจะไม่มีใครมองเห็นหนูล่ะลูก”
ขอทานน้อย “ผมนั่งอยู่ที่นี่ทุกวัน แต่ไม่เคยมีใครมองเห็นผมเลยสักคน ผมเหมือนเงาที่นั่งร้องไห้รอ
ความเมตตา เป็นได้แค่เงาที่ไม่มีตัวตน เป็นเงาที่มีชีวิต แต่วันนี้มีคนเห็นผม 2 คน”
เถ้าแก่เดินออกมาหยุดยืนใกล้ ๆ กิ๊ฟด้วยความรู้สึกเศร้าสะเทือนใจกับคำพูดของขอทานน้อย
กิ๊ฟ “หนูอยู่ที่ไหนล่ะลูกอยู่กับใครบ้าง”
ขอทานน้อยชี้ไปที่ใต้สะพานลอย
ขอทานน้อย “ผมเคยอยู่กับพ่อ แม่และน้องหลายคน แต่ต่อมาพ่อผมถูกรถชนตาย น้องสาวของพ่อก็ไล่พวกเราออกมาจากบ้าน ผมออกมาหาเงินเพื่อจะไปเลี้ยงแม่กับน้อง แต่ไม่มีใครมองเห็นผมเลยสักคน”
เถ้าแก่นั่งลงแล้วรั้งเด็กน้อยไปกอดไว้
กิ๊ฟ “ฉันจะช่วยครอบครัวของหนูเองนะลูก วันนี้มีเรา 2 คนที่มองเห็นหนูแล้ว หนูดีใจไหมลูก”
ขอทานน้อย “ดีใจครับ ข้าวนี้ ผมเอาไปให้แม่กับน้อง ๆ ได้ใช่ไหมครับ”
เถ้าแก่ “เอาไปเลยเดี๋ยวลุงจะทำให้ใหม่ และนับจากพรุ่งนี้ไปหนูมาทำงานกับลุงนะลูก”
กิ๊ฟ “ไปจ้ะลูก ฉันจะพาหนู พาแม่และน้องไปอยู่บ้านใหม่ ให้หนูกับน้องได้เรียนหนังสือ”
ขอทานน้อยร้องไห้ด้วยความดีใจ เขาเพียงแค่ขอให้ใครได้มองเห็นเขาบ้างเท่านั้น
ขอทานน้อย “ขอบคุณที่มองเห็นผม ขอบพระคุณมากครับ แม่กับน้องของผมไม่อดอีกต่อไปแล้ว”
ขอทานน้อยยกมือไหว้กิ๊ฟกับเถ้าแก่แล้วร้องไห้ด้วยความดีใจ
.
ในตอนนี้มี บทหนังสั้น 3 เรื่อง เวลาในการถ่ายทำ ประมาณ 1-2 นาที ลงติ๊กตอก
.