โกยซี่หมี่ 1
ซือหยาเดินไปหยิบตะกร้าผ้าของทุกคนมารวมกันในที่ลับตาคน จากนั้นก็นำเข้าไปในมิติแล้วจัดการล้างฝุ่นดินออก ก่อนจะนำเข้าเครื่องซักผ้า จากนั้นนางก็เอาหม้อใบใหญ่ออกมาต้มกระดูกหมูเอาไว้ และหมักเนื้อหมูที่หั่นเป็นชิ้นเอาไว้
นางออกมาจากมิติพร้อมกับเส้นหมี่สำเร็จรูป คะน้า และเห็ดหอมแห้ง นางรีบแช่เห็ดหอมแห้งเอาไว้ จากนั้นก็เดินไปตัดผักกวางตุ้งและผักกาดขาว แครอท ในแปลงมาล้างแล้วหั่นเตรียมไว้ มื้อเที่ยงนี้นางจะทำโกยซี่หมี่ให้ทุกคนกิน
ระหว่างที่ไม่ทันมีคนสังเกต นางก็รีบเติมน้ำให้เต็มทุกโอ่ง กว่าจะจัดการกับงานเหล่านี้เสร็จก็เป็นเวลาปลายยามเฉิน (07.00-09.00 น.) นางเข้าไปในมิติอีกครั้งแล้วนึ่งซาลาเปาไส้ครีมรูปกระต่ายออกมาสิบลูก แล้วก็ชงนมกลิ่นกล้วยของชอบของลูกชายทั้งสองออกมาสี่ถ้วย เผื่อน้องชายและน้องสาวของนางด้วย
เสื้อผ้าที่ซักเสร็จแล้ว ครั้งนี้นางไม่อบแห้ง แต่เอาใส่ตะกร้าออกจากมิติ เพื่อนำไปตากไว้ที่ข้างเรือน เมื่อเสร็จงานแล้วซือหยาจึงเอาซาลาเปากับนมกล้วยยกเข้าเรือนไปให้เด็ก ๆ กิน
ภายในเรือนที่ดูอบอุ่น อี้หมิงกับอันหมิงกำลังนั่งอยู่บนพื้นไม้ที่สะอาด พวกเขากำลังเล่นตัวต่อไม้รูปสัตว์ต่าง ๆ ที่มารดาเคยให้เอาไว้ ซือหลิงก็นั่งเล่นอยู่กับหลาน ๆ อย่างสนุกสนาน เสียงหัวเราะดังเอิ๊กอ๊าก ส่วนซือเหอกำลังช่วยนางคัดลอกงานเขียนอย่างตั้งใจ ตัวอักษรเรียงรายบนกระดาษดูประณีตงดงาม
"พี่หญิง กลิ่นหอมอะไรเช่นนี้หรือขอรับ" ซือเหอเงยหน้าขึ้นมาถาม
ทางด้านอี้หมิงพอได้กลิ่นที่คุ้นเคยก็ตาโตทันที
"ท่านแม่มาแล้ว! ข้ารู้ ข้ารู้ ต้องเป็นซาลาเปากระต่ายแน่เลย!"
อันหมิงรีบลุกขึ้นมากอดแขนมารดา ดวงตากลมใสวิบวับ แก้มเล็กแนบแขนมารดาอย่างน่าเอ็นดู
"ใช่หรือไม่ท่านแม่ ลูกอยากกินแล้ว อดไม่ไหวแล้วขอรับ!"
ซือหยายิ้มแล้ววางถาดลงบนโต๊ะ
"ใช่แล้ว กินกันได้เลย"
อี้หมิงกับอันหมิงมองดูซาลาเปาแล้วยิ้มออกมาอย่างมีความสุข พวกเขารีบหยิบซาลาเปาขึ้นมากินอย่างเอร็ดอร่อย ส่วนซือหลิงและซือเหอก็หยิบซาลาเปาขึ้นมากินบ้าง
พอได้ลิ้มลองรสชาติก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ รสชาติหวานนุ่มของไส้ที่ไหลออกมาจากซาลาเปา มันช่างอร่อยจนพวกเขาต้องหลับตาพริ้มจนบรรยายไม่ถูก
"หู้ววว อร่อยที่สุดเลยเจ้าค่ะพี่หญิง" ซือหลิงพูดออกมาทั้งที่ยังเคี้ยวตุ้ย ๆ อยู่
"เป็นไปได้ยังไงกัน! ข้าไม่เคยกินของอร่อยขนาดนี้มาก่อนเลยขอรับพี่หญิง" ซือเหอพูดด้วยความทึ่ง
อี้หมิงกับอันหมิงที่เคยกินแล้วก็คุยโวโอ้อวดกับน้าชายและน้าสาว
"ท่านน้าทั้งสอง นมกล้วยนี่ก็อร่อยเช่นกันนะขอรับ รีบชิมเร็วเข้า รับรองว่าท่านน้าทั้งสองจะต้องติดใจแน่นอน"
อันหมิงกล่าวพลางยกถ้วยนมขึ้นดื่มอย่างมีความสุข
"แต่อย่าลืมนะ นี่เป็นความลับ ห้ามบอกใครเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นท่านแม่จะไม่ให้พวกเรากินอีก"
อี้หมิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจังแล้วหันไปย้ำน้า ๆ ซือหยามองดูก็อดขำไม่ได้ เด็กคนนี้ช่างเหมือนพ่อไม่มีผิด ต่อให้ใจแข็งหรือเย็นชาแค่ไหน ก็ไม่สามารถต้านทานหรือใจแข็งกับนางได้นาน
ซือหลิงกับซือเหอได้ยินดังนั้นก็รีบพยักหน้ารับ พวกเขากินซาลาเปาและดื่มนมจนหมดเกลี้ยง ไม่มีเหลือสักหยด
"คัดลอกไปถึงไหนแล้วซือเหอ"
ซือหยาเอ่ยถามน้องชายพร้อมกับหยิบต้นฉบับที่ยังไม่ได้ตรวจทานมาตรวจซ้ำอีกรอบ
"ข้าคัดลอกไปได้สามบทแล้วขอรับพี่หญิง" ซือเหอตอบด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น
"..."
"คัดไปข้าก็อดสงสารตัวเอกของเรื่องไม่ได้ ทำให้ข้าพลอยลุ้นไปด้วยว่าเรื่องราวจะเป็นยังไงต่อ"
"เจ้ายังต้องลุ้นอีกมาก" ซือหยายิ้มบางๆ
"จริงหรือ พี่หญิงท่านเล่าให้ข้าฟังหน่อย"
"ตัวเอกของเรื่องต้องเวียนว่ายตายเกิดหลายชาติ ทุกชาติมักจะถูกคนรังแก ที่น่าทรมานกว่านั้นก็คือเขาจะจำเรื่องราวในอดีตชาติของตัวเองได้ ทำให้ความแค้น ความโกรธ การถูกกดขี่ข่มเหงค่อย ๆ สะสมทีละนิด"
พูดจบซือหยาก็หันไปมองหน้าน้องชาย จึงเห็นว่าซือเหอตั้งใจฟังตาไม่กะพริบ
"เล่าต่อสิพี่หญิง" ซือเหอเร่งเร้าด้วยความอยากรู้
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่ดีกว่า" ซือหยาหัวเราะเบา ๆ
"..."
"ถ้าเจ้าอยากรู้ก็รีบคัดลอกเถอะ ถ้าพี่บอกเจ้าหมดแล้วเรื่องมันจะน่าติดตามได้อย่างไร"
"โธ่...พี่หญิง ก็ได้ ๆ เช่นนั้นพี่หญิงก็รีบตรวจที่เหลือเถอะขอรับ เย็นนี้ข้าจะเอากลับไปคัดลอกที่เรือนด้วยเลย" ซือเหอบ่นพึมพำอย่างไม่จริงจัง
"ได้สิ ถ้าเจ้าไม่อยากมาที่นี่ก็คัดลอกที่เรือนก็ได้ ตรวจเสร็จแล้วพี่จะเอาไปส่งที่เรือน"
"ขอรับ" ซือเหอรับคำ
หลังจากนั้นสองพี่น้องก็เริ่มลงมือทำงานกันอย่างขะมักเขม้น ซือหยาตรวจทานงานเขียนอย่างตั้งใจ ส่วนซือเหอก็ตั้งหน้าตั้งตาคัดลอกงานเขียนอย่างรวดเร็ว
นางไม่ลืมที่จะหากิจกรรมให้เด็ก ๆ ทำ นางเอากระดาษกับปากกาหมึกซึมให้พวกเขาเขียนรายชื่อสัตว์ต่าง ๆ โดยมีซือหลิงคอยสอนเขียนอักษรที่ละตัวอย่างใจเย็น เด็ก ๆ นั่งเขียนกันเงียบ ๆ อย่างตั้งใจ ทำให้บรรยากาศในเรือนดูอบอุ่นและสงบสุข
ไม่นานซือหยาก็ตรวจทานงานเขียนไปได้กว่าสิบบท นางก็ได้ยินเสียงแม่เฒ่าหานดังมาจากหน้าเรือนจึงรีบลุกไปดู
"กลับมาแล้ว"
อี้หมิงกับอันหมิงรีบเงยหน้าขึ้นจากกระดาษแล้ววิ่งออกไปหาท่านยายของตนเอง
"ท่านแม่ /ท่านยาย/ท่านยาย อี้หมิงถือช่วยขอรับ"
เด็ก ๆ รีบเดินไปช่วยยกตะกร้าหวายที่เต็มไปด้วยข้าวของ ลงจากหลังของแม่เฒ่าหานอย่างรู้ความ
"ขอบใจ ๆ" แม่เฒ่าหานกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่น
"..." "..."
"ยายซื้อซาลาเปาไส้หมูมาฝากพวกเจ้าด้วยนะ อ่ะนี่ แบ่งกันกินนะลูก"
"ขอบคุณท่านยายขอรับ"
อันหมิงตัวน้อยรีบกล่าวขอบคุณแล้วยื่นมือไปรับซาลาเปาไส้หมูมาอย่างระมัดระวัง
"อันนี้อันหมิงก็แบ่งไว้ให้ท่านยายกับท่านตาชิม ซาลาเปารูปกระต่ายนี่ท่านแม่ทำให้พวกเรา ไส้ข้างในหวานหอมมากนะขอรับ"
เขาชี้ไปที่ซาลาเปาไส้ครีมรูปกระต่ายที่วางอยู่บนโต๊ะ
