หมู่บ้าน
หมู่บ้านจั๋วมู่ลาง
หลิวเชียหนิง ( นางเอก) ความฝันอยากมีพื้นที่หลานไร้ปลูกสวนผลไม้
ทุกคนได้ยินดังนั้นต่างพากัน...ถามหลิงเชียหนิง ว่าเพราะเหตุใด
" เหตุใดเจ้าถึงกล่าวเช่นนี้ ช่วยอธิบายให้กระจ่างเสียที"
หลิวเชียหยิง" เกิดเหตุร้ายเมื่อคืนกับท่านพ่อของข้า หลังจากที่กลับออกมาจากป่ากลางดึก ในทุกๆ วันข้าจะเคาะประตูเรียกท่านพ่อ แต่ครั้งนี้ท่านพ่อไม่เปิดให้ข้า ข้าต้องยืนรออยู่สักพัก ท่านถึงมาเปิด แต่สิ่งที่ข้าเห็นคือ รอยเลือดบนใบหน้า กับลิ้นที่ถูกตัดทิ้ง ทำให้อาการท่านพ่อข้า ต้องอยู่ระหว่างการดูแลอย่างใกล้ชิด...."
ทุกคนได้ฟังเหตุผลก็ไม่รอช้ารีบเดินทางไปยังบ้านหลิวเชียหนิงทันที ...เมื่อทุกคนมาถึง พ่อของหลิวเชียหนิงก็เดินออกมา ด้วยอาการอิดโรย
" ท่าน ตออนี้อาการคงสาหัส ท่านช่วยเขียนลงในกระดาษ ได้หรือไม่ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่"
พ่อหลิวเชียหนิง จดสิ่งที่เกิดขึ้นในกระดาษให้ทุกคนได้อ่าน ในนั้นเขียนเล่าว่า " คืนนั้นข้านอนหลับอยู่บนเตียงข้าได้ยินเสียงไขประตูจึงตื่นขึ่นมาดู นึกว่าลูกสาวกลับจากล่าสัตว์ จู่มีเงาดำๆ ใช้ไม้ทุบหลังจนหมดสติ ข้าฟื้นขึ่นก็เจ็บปวดที่ลิ้นอย่างมาก พร้อมตอนนั้นข้าเสียเลือด เลยอ่อนเพลียเหมือนคนใกล้ตาย ส่วนเรื่องหัวหน้าหมู่บ้านว่าผู้ใดจะดูแล ข้าได้ตัดสินใจ ให้ลูกสาวข้า ทำงานแทนข้าไปก่อน "
ทุกคนได้อ่านดังนั้นจึงเข้าใจและเห็นใจเป็นส่วนมากไม่มีผู้ใดคัดค้านเรื่อง การเป็นหัวหน้าหมู่บ้าน
ตำหนักหม่าสิงคง
เรือนร่างอันขาวผ่องกำลังขย่มลูกชายหม่าสิงคง อย่างดุเดือด ดอกท้อทั้ง2ลูก เด้งสั่นไหวไปมาจนเหงื่อหยดลงใสหน้าหม่าสองคง " อ๊า องค์ชาย ข้าไม่ไหวแล้ว"
ก๊อกๆ !!! " องค์ชายข้ามีเรื่องด่วนจะขอเข้าเฝ่าข้อรับ"
"เจ้าวันหลังค่อยมาบำเร่อข้าใหม่ ไปได้แล้ว"
" เพ่ค่ะ องค์ชาย"
"เข้ามา"
"องค์ชายสินค้าที่ลักลอบเข้ามาทางเขตหมู่บ้าน จั๋วมู่ลาง ได้ถูกบุคคลลึกลับสังหารไม่เหลือรอดแม้แต่ผู้เดียว"
" มันเป็นผู้ใดกัน ถึงกล้ามาขัดขาข้า ไปสืบมา"
" ขอรับ"
ตำหนักเย็น
เฝ่ยเออร์ผู้ทุกข์รมานจากการถูกขังให้เป็นนางบำเรอเล่าทหารในวัง .......
เสียงฝีเท้าแห่งนรกเดินเข้ามาอีกแล้ว.....ประตูห้องขังถูกไขออก ดังเคยชิน วันนี้นำทหารมาด้วยอีกสองนาย เป็นการตอบแทนการทำงานให้ เหยียนจี .....
" ท่าน จะทำอะไรข้าอีก"
" เจ้าอย่าได้ตกใจไป ข้าก็แค่พาทหารสองนี้ ร่ามรักกับข้าจะได้มีรสชาด ไม่หน้าเบื่อ ข้าว่าเจ้าคงชอบอยู่แล้ว".
" เหยียนจี เจ้าพอเถอะ จะทรมารข้าไปถึงไหน"
" ทรมานอะไรกัน นี่ข้าอุสามอบความสุขให้เจ้า ยังไม่พอใจอีกรึ"
"ถุย!!! สารเลว "
เหยียนจีใช้มือบีบคอนาง แล้วสะบัดมือออกอย่างรุนแรง ทำให้นางเกือบขาดใจในขณะนั้น
" หากเจ้าอยากมีชีวิตอยู่ เก็บปากของเจ้าไว้ปรนนิบัติทหารข้าเถิด พวกเจ้าทั้งสอง เข้ามาสิ"
"อย่านะ ออกไป อย่ามาโดนตัวข้า"
ทหารทั้งสองคนได้กระชากเสื้อที่หน้าอกจนฉีกขาด เห็นดอกท้อทั้งสองอวบอิ่มยิ่งทำให้ น้ำรักเดินเร็ว เป็นพิเศษ รอไม่ไหวแล้ว สิ จูบเลย ใช้มือทั้งข้างให้เป็นประโยชน์ นวดดอกท้อ ทั้งสองอย่างเมามัน ส่วนอีกคน เล่นสนุกกับน้องสาวจนน้ำแฉะ จนได้ใช้ลิ้นทำความสะอาดให้หมด
" อ๊าๆ "
"ท่านเสียวใช่ไหม ข้าก็เช่นกัน"
ตำหนักเหนียนจี
ขุนนางมีเรื่องเร่งด่วนสีหน้าเป็นกังวลอย่างมาก เร่งเท้าเพื่อมาเข้าเฝ้า ฝ่าบาท แต่กลับไม่รู้ท่านไปอยู่ที่ใด จึงฝืนเดินเข้าไปตำหนักองค์ชายหม่าคงสิง ลูกที่ฝ่าบาททรงไม่โปรดปราน จัดการเรื่องด่วนเช่นนี้แทนเหยียนจี
"องค์ชาย หม่าสิงคง กระหม่อมมีเรื่องด่วนจะทูลท่าน"
" เจ้ามีเรื่องอะไร"
" ตอนนี้ชาวบ้านที่เขตนอกเมือง 80 กว่าครัวเรือนหายไปอย่างไรร่องรอยขอรับ"
หม่าสิงคงยิ้มมุมปาก รู้ตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว ว่าไม่ได้ตั้งใจมาขอให้ช่วย แต่เมื่อฝ่าบาทไม่อยู่จงจำใจมาขอร้อง.....
" หลายปีมานี้ไม่เคยมีขุนนาง ต่ำต้อยเช่นนี้มาข้อร้องข้าเลย แต่เจ้าไม่ต้องหวง ข้าจะไปดูให้"
พอพูดจบประโยค ขุนนางถึงต้องข่มอารมณ์ ไว้แม้จะโกรธก็แสดงไม่ได้ เจ็บใจยิ่งนัก
หมู่บ้านเขตนอกเมือง
ระหว่างทางเดินชั่งเงียบงันแม้แต่เสียงเล็ดลอดก็ไม่มีแววเข้าหู ทุกอย่างดูเงียบไปหมด มีแต่อีกาเข้ามาบินวนหาเศษอาหารเน่าเสีย ในแต่ละครัวเรือน ไรร่องรอยการต่อสู้ ไม่มีแม้แต่ข่าวลือว่าหายไปได้เช่นไร .....ถึงกระนั้นยังมีหลักฐานอยู่บาง นั้นคือ รอยเท้าของชาวบ้าน เดินตรงกันเป็นแถวขึ้นภูเขา....หม่าสิงคงไม่รอช้า จึงขี่ม้าไล่ตามรอยเท้าไปจนสุดทางตัน นั้นก็คือหน้าผา และอีกฝั่งคือป่าบังบด นั้นเอง
" รอยเท้าสุดมาแค่หน้าผา "
" องค์ชายรึว่าชาวบ้านถูกลอบทำร้ายขอรับ"
" ข้าว่าไม่ เรื่องนี้คงต้องสืบอีกนาน "
" ฝั่งตรงข้ามก็เป็นป่าบังบด แต่ทว่าทางไปนั้นไม่มีทางที่จะข้ามไปได้"
จังหวะนั้นเองหม่าคงสิงเห็นเหมียวเหรินเฟิ่ง เดินออกมาด้านข้างฝั่งตนทั้งที่ตรงนั้นเป็นหน้าผา..ทั้งสองพบปะกันโดยบังเอิญ หม่าคงสิง เห็นหน้าแล้วก็รู้สึกไม่ถูกชตายิ่งนัก
หม่าคงสิง" เจ้ามาทำอะไรที่นี่"
" ข้าแค่แวะมาเดินเล่น ข้าขอตัว"
หม่าคงสิง" คิดจะไปก็ไปงันรึ เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าคือผู้ใด"
"ท่านออกมาเช่นนี้ ท่านยังต้องให้คนแปลกหน้ารู้ตัวตนด้วยรึ"
หม่าสิงคง" นี่เจ้า!!!! ทหารจัดการ?
แม้ว่าทหารจะทั้ง30 คน ก็สู้เหมียวเหรินเฟิ่งไม่ได้ แม้แต่รอยขีดขวน...ยิ่งทำให้หม่าคงสิงอยากเอาชนะมากขึ้น แม้จะใช้อุบายเจ้าเล่ห์ก็ย่อมได้
หม่าสิงคง" หึ งันเรามาประลองกันสักคร่า"
" ข้ากับเจ้ารึ ไม่หรอกเจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้า"
หม่าสิงคง" แต่ข้าจะประลอง "
" ได้ "
ทั้งสองสู้กันไม่ถึง 5 นาที หม่าคงสิงได้รับบาดเจ็บที่หน้าอก แผลลึกเล็กน้อย
เหมียวเหริ่นเฟิ่ง " ท่านอยากจะสู้ต่อรึไม่ เรายังสู้กันได้ไม่นานเลย" (เป็นการถามที่แสนแสบ)
" ฝากไว้ก่อน"
หม่าสิงคงหอบร่างตนขึ้นม้า กลับไปยังวังโดยเร็ว เรื่องนี้ไม่จบง่ายแน่ ๆ แต่ตอนนี้ หม่าสิงคงหยุดม้าอยู่ที่ตำหนัก บังเอิญเจอท่านพ่อของตนยืนรออยู่ มองเหมือนตนนั้นเป็น แมลงมีพิษ คุ้นชินในทุกๆ วัน
หม่าสิงคง " ท่านพ่อ ท่านมานานแล้วรึ"
"แค่หาเบาะแสเจ้ายังเจ็บตัวกลับมา เจ้ามันไม่ได้เรื่อง เป็นชายชาตรีสะเปล่า เกิดมาเสียชาติเกิดเสียจริง หึ"
คำพูดพวกนี้หม่าสิงคงได้ยินมาตั้งแต่เด็ก ถึงจะรู้สึกโกรธมากแต่ไม่แสดงมันออกมา ....ตนค่อยๆ ลงจากม้าด้วยแววตาอาฆาตแค้นในขณะที่พ่อของตน เดินทางกลับตำหนัก
