5
พระชายาชินอ๋องเอ่ยกับนางด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป นั่นเป็นครั้งแรกที่นางรู้สึกถึงความสูญเสีย แม้ว่าจะไม่อยากหมั้นหมายกับหยางเฟยหลงแต่ปฏิเสธไม่ได้ว่านางชื่นชอบพระชายาผู้นี้นัก นางกำพร้ามารดาไปตั้งแต่แบเบาะชื่นชอบความอบอุ่นที่สัมผัสได้
“เช่นนั้นคุณหนูก็จะไม่หาหนทางถอนหมั้นอีก ไม่ตามติดแม่ทัพเฉิน อุ๊บ” เสี่ยวเม่ยรีบเอามืออุดปากเมื่อเห็นสายตาเขียวปั๊ดเอาเรื่องของคุณหนูของตน
“แววตาระริกดีใจของเจ้านั่นมันอะไรกัน ฮึ ข้าไม่สนใจเขาแล้ว จากนี้ไปพวกเราไม่พูดถึงเรื่องราวที่ข้องเกี่ยวกับเขาอีก” แม้ว่าอีกฝ่ายจะเอ่ยเรื่องจริง แต่นางยังคงรู้สึกอับอายในการกระทำไร้ยางอายของตนนัก
“คุณหนูหักใจได้หรือเจ้าคะ”
“เขาไม่รัก ข้าก็มิควรฝืน ผู้อื่นไม่รักข้า แต่ข้ายังคงยัดเยียดตัวเองเข้าไป เจ้าคิดว่าชีวิตข้าหลังจากนั้นจะพบเจอความสุขหรือ”
“...”
“ข้าไม่อยากทำเรื่องโง่งมอีกแล้ว”
“ใครว่าคุณหนูของบ่าวกันเจ้าคะ”
“อยู่ดี ๆ ก็เกิดคิดขึ้นมาได้น่ะ” แม้ว่าหลี่ซูซินอยากบอกความจริงความสาวใช้ที่ภักดี แต่เรื่องย้อนกลับมาเป็นเรื่องที่ยากจะอธิบาย
“คุณหนูของบ่าวล้วนเพียบพร้อมไปเสียทุกด้าน เขาไม่ชอบท่าน ยังมีผู้คนอีกมากมายที่ชื่นชอบเจ้าค่ะ” ในใจของบ่าวตัวน้อยนั้นแม้จะไม่เคยเห็นด้วยที่คุณหนูของตนจะตามติดขอความรักจากแม่ทัพเฉินที่คอยแต่จะวิ่งหนี แต่เมื่อเจ้านายตัดสินใจเช่นไรคนเป็นบ่าวย่อมอยู่เคียงข้าง เมื่อคุณหนูเลือกถอยออกมานางดีใจยิ่งนัก
“คงจะมีเจ้าผู้เดียวกระมังที่เยินยอข้าเสียสูงเสียดฟ้าเช่นนี้”
“บ่าวมิได้เยินยอนะเจ้าคะ เมืองหลวงนี้มีผู้ใดเพียบพร้อมเท่าท่านอีกเล่าหากไม่ใช่เหล่าท่านหญิงหรือองค์หญิงภายในวัง”
“ที่เจ้ากำลังเอ่ยนั่นคือการเยินยอ”
สิ้นเสียงของหลี่ซูซิน ทั้งนายทั้งบ่าวล้วนหัวเราะออกมาพร้อมกัน หากจะหาผู้ที่ตามใจนางไปเสียทุกเรื่องไม่ว่านางจะกระทำเรื่องที่ดีหรือไม่ดี ก็มีสาวใช้ตัวน้อยผู้นี้ที่คอยให้ท้ายสนับสนุน และพากันล่มจมกันมาแล้วในชาติก่อน
นางไหนเลยจะเป็นหญิงสาวที่เพียบพร้อมอย่างที่สาวใช้ตัวน้อยกล่าว นางมีเพียงชาติกำเนิดในตระกูลชั้นสูงเท่านั้น มิเช่นนั้นจะได้หมั้นหมายกับจวนชินอ๋องหรือ
“ชื่อเสียงของข้าที่เล่าลือกันนั้นเพราะตัวข้าเป็นคู่หมั้นของหยางเฟยหลง หากข้าเป็นเพียงหญิงสาวชาวบ้านทั่วไปผู้ใดเล่าจะมาชายตามอง”
เสี่ยวเม่ยส่ายหน้าไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง คุณหนูของตนไม่ว่าจะเป็นอย่างไรย่อมดีพร้อม
“ใช่แล้วแม้ศาสตร์ศิลป์ต่างๆ จะไม่ถึงกับเลิศเลอ แต่ข้าก็ได้ชื่อว่าเป็นหญิงงาม” หลี่ซูซินชมตัวเองอย่างไม่อาย นี่ถือเป็นข้อดีของนางกระมัง เพราะตั้งแต่รู้ความ มีแต่คนยกยอนางเรื่องหน้าตาดีของนาง
“.....”
เสี่ยวเม่ยที่กำลังจะเอ่ยชมคุณหนูหุบปากลงทันควันเมื่อคุณหนูชมตนเองพร้อมรอยยิ้มสว่างไสวที่นางแทบจะไม่เคยเห็นบนใบหน้างามมานาน แม้จะหน้าตาซีดเซียวเพราะพิษไข้แต่ไม่อาจปกปิดรัศมีแห่งความเจิดจรัสในยามนี้ได้
หญิงสาวผู้เป็นเจ้านายมิได้รับรู้ว่าสาวใช้ตัวน้อยดีใจเพียงไร เพราะตกอยู่ในภวังค์ความคิดของตนเองอีกครั้ง
กลับมาครานี้ นางไม่ไล่ตามความรักอีกแล้ว สิ่งใดที่ลิขิตไว้ว่าไม่ใช่ของนาง นางอาจจะอยากยื้อแย่งมาเป็นของตัวเอง แต่กับบุรุษที่ชื่อว่าเฉินอี้หานนางไม่ต้องการเขาอีกแล้ว
รู้ซึ้งถึงรสชาติความขมขื่น ความสูญเสียที่พบเจอมาหนึ่งชาติ หากยังคงเฝ้ารอรักกับบุรุษผู้นี้อีก
นางคงจะโง่งมเกินเยียวยา มิสมควรย้อนกลับมา เพราะว่าอย่างไรจุดจบก็คงไม่ต่างจากครั้งที่แล้วอีก
นางไม่แค้นเคือง เพราะจุดจบที่นางต้องพบเจอเป็นเพราะการกระทำของตนเอง
เพียงแต่ขอให้หลังจากนี้โชคชะตาระหว่างพวกนางตัดขาดกันเสียให้หมด
เรื่องในชีวิตก่อนเป็นนางที่โง่เอง ส่วนชีวิตนี้ไม่มีอีกแล้วหญิงโง่งมที่ร้ายกาจอย่างโจ่งแจ้ง
เขาไปซ้าย นางไปขวา
เขาไปขวา นางไปซ้าย
หากมีทางเดียวข้างหน้า ทางนั้นย่อมเป็นนางที่จะได้เดินก่อน ชีวิตนี้ไม่มีแล้วที่มัวเมาลุ่มหลงบุรุษ
