สัญญาวิวาห์รัก

43.0K · จบแล้ว
sunshine
23
บท
576
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

ติดหนี้ก็ต้องชดใช้... มันเป็นสัจธรรมที่ถูกต้องอยู่แล้ว เพื่อล้างหนี้ให้พ่อกับแม่ เธอจึงจำใจเซ็นสัญญาขายตัวเป็นเวลาห้าปี แต่ใครจะไปคาดคิดว่า... ทันทีที่เริ่มงานวันแรก เธอกลับถูก "มหาเศรษฐีตัวพ่อ" พากลับบ้าน หนำซ้ำเขายังต้องการให้เธอมาเป็น "ภรรยา" ของเขาอีกด้วย! เอาน่ะ... ยังไงมันก็คือสัญญาขายตัวเหมือนกันไม่ใช่หรือไง? ไม่ต้องไปเป็นสาวนั่งดริงก์ที่ไร้ศักดิ์ศรี แถมยังได้แต่งงานกับสามีที่รวยล้นฟ้า ข้อตกลงนี้... คิดยังไงก็มีแต่คุ้มกับคุ้ม! แต่ใครจะรู้ว่าผู้ชายที่เคยโดนหักหลังคนนี้จะขาดความมั่นคงในใจอย่างรุนแรง ที่แท้เธอก็เป็นเพียงเครื่องมือที่เขาใช้แก้แค้นแม่เลี้ยงเท่านั้น หน้าที่หลักของเธอก็คือมีไว้ "อุ่นเตียง" และเป็น "เครื่องผลิตลูก" ให้เขา... ฮือ... เธออยากย้อนเวลาไปเปลี่ยนใจจัง! ไม่รู้ว่าตอนนี้ถ้าจะขอ "ยกเลิกสัญญา" มันยังจะทันอยู่ไหมนะ? ..... นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องสมมุติ

นิยายรักโรแมนติกประธานเศรษฐีแต่งงานก่อนรักโรงแรม/มหาลัยโรแมนติกดราม่า

บทที่ 1 ทาสของเขาคนเดียว

ภายนอก "หลงฉิงไนต์คลับ" สายฝนโปรยปรายไม่ขาดสาย แต่ภายในกลับร้อนแรงดั่งไฟแผดเผา เสียงจอแจรอบข้างทำให้เว่ยจวิ้นฮวงอดไม่ได้ที่จะสบถออกมาอย่างหัวเสีย

เดิมทีเขาคิดว่าการมาที่นี่จะช่วยสงบอารมณ์ฟุ้งซ่านในใจได้ แต่ใครจะรู้ว่าแสงนีออนหลากสีและเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่บาดหูกลับยิ่งทำให้เลวร้ายลงไปอีก

เขาเอนหลังพิงโซฟาสีแดง สูดหายใจเข้าลึกๆ หลายครั้งเพื่อระงับความอัดอั้นในอก เพื่อนสนิทที่นั่งข้างๆ ต่างมองหน้ากันแล้วส่ายหัวอย่างอ่อนใจ

"พอฝนตกทีไร นายก็เป็นแบบนี้ทุกที!" เหลียงหมิงเวย พูดอย่างชินชาพลางจิบเบียร์

จวงซืออวี่ พยักหน้าเห็นด้วย เขารู้สึกจนใจที่เพื่อนรักไม่ยอมปล่อยวางอดีตเสียที

เว่ยจวิ้นฮวงคลึงขมับที่ปวดตุบ "พวกนายคิดว่าฉันโกรธเพราะลืมยัยนั่นไม่ได้งั้นเหรอ? ผิดแล้ว! ฉันโกรธตัวเองต่างหาก!" น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรง

เหลียงหมิงเวยกับจวงซืออวี่ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด จึงหันไปดื่มกันเอง

"นายน่ะ... ต้องการผู้หญิงสักคน" จวงซืออวี่เสนอ

เหลียงหมิงเวยโยนถั่วเข้าปากแล้วหัวเราะ "ใช่เลย! เดี๋ยวฉันบอกผู้จัดการจางให้เลือกเด็กดริงก์ที่อ่อนหวานเอาใจเก่งมาให้นายสักคน"

เว่ยจวิ้นฮวงถลึงตาใส่ "พวกนายอย่ามาแส่ ฉันไม่ต้องการผู้หญิงที่นี่มาปลอบใจหรอก"

จวงซืออวี่ขำพรืด "งั้นเหรอ? ไม่เอาแล้วนายจะมาที่นี่ทำไม?"

"นั่นสิ! ตั้งแต่มานั่ง นายเอาแต่ซดเหล้าทำหน้าบูด จนสาวสวยหนีหายหมดแล้วเนี่ย ปล่อยให้ฉันกับอวี่นั่งบื้อเป็นเพื่อนอยู่ได้" เหลียงหมิงเวยบ่นพลางกระดกเบียร์

เว่ยจวิ้นฮวงตวาดใส่ "ถ้าไม่อยากอยู่ก็ยกก้นกรีดกรายออกไปเลย!"

จวงซืออวี่ชินกับอารมณ์ระเบิดของเขาแล้ว "เวยมันแค่ล้อเล่น นายจะจริงจังทำไม? พวกเราตกลงกันตั้งแต่แรกแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะไม่ยุ่งกับผู้หญิงที่นี่?"

เหลียงหมิงเวยยังคงยิ้มกวนประสาทแบบคนไม่กลัวตาย จนเว่ยจวิ้นฮวงต้องถลึงตาขู่เป็นครั้งสุดท้าย

ทันใดนั้น เสียงตวาดด่าจากโต๊ะข้างหลังก็ดึงดูดความสนใจของพวกเขา

"ไสหัวไป! ยัยผู้หญิงอัปมงคล ทำหน้าเหมือนคนตายไปได้! ฉันไม่เอาเธอ ไปเรียกผู้จัดการจางมาเปลี่ยนคนเดี๋ยวนี้!" ชายคนนั้นคำรามจบ ก็ผลักหญิงสาวร่างบางในชุดสีแดงล้มลงกับพื้น

หญิงสาวคนนั้นไม่ได้ร้องออกมาสักแอะ เธอกัดริมฝีปากล่างทนความเจ็บปวด ดวงตาไม่มีน้ำตาแม้แต่หยดเดียวสายตาของเว่ยจวิ้นฮวงหยุดอยู่ที่เธอโดยไม่รู้ตัว เห็นเธอกระโหย่งตัวลุกขึ้น ก้มหน้ามองพรมด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก

พนักงานเสิร์ฟและผู้จัดการจางรีบเข้าไปปลอบโยนแขกโต๊ะนั้น ชายขี้โมโหเห็นท่าทางเหมือนท่อนไม้ของหญิงสาวชุดแดงก็ยิ่งฟิวส์ขาด เงื้อมือเตรียมจะตบเธอ

เว่ยจวิ้นฮวงไม่รู้ตัวว่าทำอะไรลงไป รู้ตัวอีกทีเขาก็บีบไหล่ชายคนนั้นไว้แน่นและผลักออกไปอย่างแรง พร้อมพูดเสียงเย็น "ไม่เอาก็ไสหัวไปซะ!"

ชายคนนั้นหันกลับมาอย่างฉุนเฉียว "แกเป็นใครวะ? กล้ามาผลักฉัน ไม่อยากตายดีใช่ไหม?" แต่พอเพื่อนข้างๆ เห็นว่าเป็นใคร ก็รีบดึงตัวเขาถอยฉากทันทีด้วยใบหน้าซีดเผือด

"ขอโทษครับบอสเว่ย! เขาเพิ่งมาครั้งแรกไม่รู้ความ โปรดอย่าถือสาเลยครับ" เพื่อนของชายคนนั้นละล่ำละลักขอโทษ

สีหน้าเย็นชาของเว่ยจวิ้นฮวงทำให้คนรอบข้างขนลุก ผู้จัดการจางรีบเข้ามาไกล่เกลี่ย "ไม่มีอะไรแล้วครับ! บอสอย่าโกรธเลย เดี๋ยวผมจัดหาคนใหม่ให้เดี๋ยวนี้ครับ"

พอส่งแขกเสร็จ ผู้จัดการจางหันมามองหญิงสาวชุดแดงด้วยแววตาไม่พอใจ "เฮ้ย! พาตัวออกไป เดี๋ยวฉันจะเช็คบิลกับเธอทีหลัง!"

ขณะที่หญิงสาวกำลังจะเดินออกไป เว่ยจวิ้นฮวงกลับรวบเอวเธอเข้ามาปะทะตัวเขา แล้วถามผู้จัดการจาง "เด็กใหม่เหรอ?"

ผู้จัดการจางพยักหน้าลนลาน "ครับบอสเว่ย! วันนี้วันแรก เธอไม่รู้อะไรเลย บอสอย่าโกรธนะครับ เดี๋ยวผมจะสั่งสอนให้หนัก"

เว่ยจวิ้นฮวงไม่ได้ฟัง เขาจ้องมองหญิงสาวชุดแดงที่ดูเหมือนตุ๊กตาไร้ชีวิตด้วยความสงสัย

ครู่หนึ่งเขาก็บอกผู้จัดการจาง "ไม่ต้อง จากนี้ไปเธอไม่ต้องทำงานที่นี่แล้ว"

"แต่บอสเว่ยครับ เธอเซ็นสัญญากับเราไว้..."

"พรุ่งนี้เอาสัญญาของเธอมาให้ฉัน!" พูดจบ เขาก็กอดเอวหญิงสาวเดินตรงไปยังลิฟต์โดยไม่หันกลับมามอง

ทุกคนในที่นั้นรวมถึงเพื่อนสนิททั้งสองต่างอ้าปากค้าง ตกตะลึงกับการกระทำที่คาดไม่ถึงของเขา

เซี่ยอวี่บิง ปล่อยวางทุกอย่างตั้งแต่เซ็นสัญญาแล้ว หนี้สินของพ่อก่อนตายถูกชำระหมด แม่จะได้ไม่ต้องอยู่แบบหวาดระแวงอีก แต่ถ้าแม่รู้ว่าเธอขายตัวเพื่อแก้ปัญหา... แม่คงใจสลาย

เธอปล่อยให้เว่ยจวิ้นฮวงพาเข้าห้องพักหรูบนชั้นสามอย่างว่าง่าย รู้ดีว่าจะต้องเจอกับอะไร

"ไปล้างกลิ่นเหม็นๆ บนตัวออกซะ" เว่ยจวิ้นฮวงผลักเธอเข้าไปในห้องน้ำ

เซี่ยอวี่บิงทำตามคำสั่ง ถอดเสื้อผ้าซีทรูออกแล้วชำระล้างร่างกายด้วยน้ำอุ่น เธอรู้ดีว่ารูปร่างหน้าตาของเธอคือเหตุผลที่ผู้จัดการจางยอมเซ็นสัญญาด้วย แต่ตอนนี้เธอกลับเกลียดมันที่สุด

เธอเดินออกจากห้องน้ำในชุดคลุมอาบน้ำสีขาว นั่งรอที่ขอบเตียงอย่างสงบ

เว่ยจวิ้นฮวงถอดสูทและปลดกระดุมเชิ้ตเผยแผงอกกำยำ เขาเดินเข้ามาเชยคางเธอขึ้น "มองหน้าฉัน" น้ำเสียงเด็ดขาดสั่งการ

เซี่ยอวี่บิงเงยหน้ามองเขา แล้วเธอก็ต้องเสียใจ... เพราะเขาช่างหล่อเหลาและทรงเสน่ห์ราวกับสิงโตเจ้าป่า

"ชื่ออะไร?" เขาถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเซ็กซี่พร้อมกับกวาดสายตามองพิจารณาใบหน้าเล้กๆที่ขาวเนียนงดงามของเธออย่างละเอียด เห็นเพียงขนตาที่หนางอนของเธอสั่นระริกดวงตากลมโตพร่างพราวราวกับดวงดาวนับหมื่นพันจ้องมองมาอย่างตื่นตระหนก

"เซี่ยอวี่บิงค่ะ เซี่ยจากฤดูร้อน อวี่จากขนนก และบิงจากน้ำแข็ง" เธอตอบ น้ำเสียงใสสั่นเล็กน้อย

เขารู้ความจริงว่าเธอเซ็นสัญญา 5 ปี และวันนี้เป็นวันแรก แถมยังเป็น "สาวบริสุทธิ์"

เขารู้สึกพึงพอใจมากเขาพยักหน้าผลักร่างเล็กให้นอนลง "ดี... งั้นฉันรู้แล้วว่าจะจัดการกับเธอยังไง!"

พูดจบร่างสูงก็ไม่รอช้าโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาประกบริมฝีปากเย็นเยียบเข้ากับริมฝีปากเล็กของเธอทันที ลิ้นร้อนสอดแทรกดูดควานดื่มกลืนความหอมหวานในปากของหญิงสาวอย่างดุเดือด

เซี่ยอวี่บิงถูกเขาจูบจู่โจมจนสมองขาวโพลนร่างบางอ่อนระทวยไร้แรงต่อต้าน มือหนาของเขาลูบไล้ไปทั่วร่างบีบคลึงก้อนกลมที่พอดีมือพลางหยอกเข้าจนชูชันเต่งตึง จูบที่ร้อนแรงของเขาทำให้เธอรู้สึกเสียวซ่านไปทั้งร่าง ริมฝีปากบางชื้นจูบพรมซอกไซร้ไปตามซอกคอที่หอมกรุ่น

มือหนาบีบเคล้นเต้างามลิ้นร้อนก็ตวัดเลียเกลี่ยยอดปทุมที่แข็งขืนชูชันจนเซี่ยอวี่บิงบิดร่างไปมา

"อื้อ--" เสียงหวานครางกระเส่า

มือหนาลูบไล้ต้นขาเรียวลงมาบีบเคล้นก้นงามของนางก่อนจะไล้วนมายังกลางกายสาวที่ปิดสนิทดันขาให้แยกออกก่อนจะใช้นิ้วร้ายเขี่ยดันเม็ดทับทิมตรงแก่นกลางไปมา

"อ่า--" เซี่ยอวี่บิงผวาดวงตาปรือมองเห็นใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาจูบกลืนลิ้นเล็กอย่างเร่าร้อน

เว่ยจวิ้นฮวงไม่รอช้าอีกแล้วยกขาเรียวของเธอขึ้นพาดที่แขนแกร่งของเขาจากนั้นก็ใช้นิ้วเรียวเข้าสำรวจช่องกุหลาบที่เขาไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน เมื่อนิ้วยาวของเขาค่อยๆผ่านเข้าไปในช่องกุหลาบก็รู้สึกถึงความคับแน่นด้านในเขาค่อยๆขยับนิ้วเข้าออกอย่างร้อนแรง ร่างของเซี่ยอวี่บิงก็บิดไปมาเพราะนิ้วเรียวที่จ้วงแทงเข้ามาไม่หยุด

ความจุกหน่วงเสียวซ่านที่เกิดขึ้นทำให้เธอรู้สึกราวกำลังจะขาดใจ "อ่าส์ อื้อ.."

ในช่วงเวลาที่เธอถึงจุดสุดยอดร่างเกร็งกระตุกเขาก็ถอดเสื้อผ้าออกจับท่อนเอ็นที่หัวเห็ดมีน้ำไหลซึมใหญ่ยาวนั้นจับมุดเข้าไปในถ้ำของเธอทันทีไม่รอช้า "อ๊า..เจ็บ เจ็บมาก..."

หญิงสาวร้องออกมาพลากจิกเล็บลงบนต้นแขนของเขา เว่ยจวิ้นฮวงโน้มตัวลงจูบพรมแก้มนวลกดจุมพิตดูดกลืนลิ้นเล็กๆพร้อมกับบีบเคล้นเต้างามเกลี่ยเม็ดหัวนมชมพูที่ชูชันไปมาหยอกเย้าจนร่างบางผ่อนคลายเขาถึงได้ขยับท่อนเนื้ออันใหญ่ยาวเข้าออกจากถ้ำงามอย่างช้าๆและดันเข้าไปในถ้ำจนสุดทางอย่างดุดัน

"อ่าส์ อื้ม..." เสียงครางต่ำของเขาดังขึ้นจากลำคอ ความคับแน่นด้านในถ้ำของเธอทำให้เลือดในกายของชายหนุ่มพลุ่งพล่าน แต่ความเสียวซ่านไม่อาจทำให้เขาชักช้าได้อีกต่อไปเขากระแทกสะโพกหนาเข้าออกอย่างรุนแรง เขาเคยผ่านผู้หยิงมาไม่น้อยแต่เขายอมรับอย่างสุดใจว่า เซี่ยอวี้บิงทำให้เขาคลั่งจนไม่อาจห้ามใจ

เขาไม่เคยได้รับความสุขเช่นนี้มาก่อน “อื้ม...” เขาครางต่ำขยับลำเอ็นอุ่นที่ใหญ่โตเส้นเลือดปูดโปน ล้วงลึกทะลวงเข้าออกที่ช่องกุหลาบไม่หยุดหย่อนท่อนล่างถูกเติมเต็มและมอบความพึงพอใจให้เขาครั้งแล้วครั้งเล่า ทำเอาทุกส่วนในร่างกายของเธออดไม่ได้ที่จะครางออกมาอย่างสุขสม "อ้าส์..."

เพลิงรักโหมกระหน่ำในค่ำคืนนั้น เซี่ยอวี่บิงสูญเสียความเป็นตัวเองไปกับสัมผัสที่รุกรานและเร่าร้อนของเขา แสงจันทร์สาดส่องผ่านหน้าต่าง เห็นเพียงร่างสองร่างที่พัวพันกันจนถึงจุดสูงสุด...

เช้าวันต่อมา เซี่ยอวี่บิงตื่นขึ้นมาในห้องที่ไม่คุ้นเคย มันดูหรูหรากว่าห้องในไนต์คลับมาก

เว่ยจวิ้นฮวงเดินเข้ามาพร้อมยื่นเอกสารชุดหนึ่งให้เธอ "เซ็นซะ"

มันคือ "ทะเบียนสมรส"

"หมายความว่าไงคะ?" เธอถามเสียงสั่น

"หมายความว่าเธอไม่ต้องเป็นโสเภณี แต่มาเป็นเมียฉันแทน ระยะเวลา 5 ปีเท่าเดิม"

เขากล่าวอย่างเลือดเย็นว่า "อย่าเข้าใจผิด ฉันไม่ได้จะช่วยเธอ ฉันแค่ต้องการเมีย... และที่เลือกเธอ ก็เพราะเธอเป็นสาวบริสุทธิ์ในที่อโคจรแบบนั้น"

เซี่ยอวี่บิงไม่มีทางเลือก เธอจรดปากกาเซ็นชื่อลงไป โดยไม่รู้เลยว่าแววตาของเว่ยจวิ้นฮวงในขณะนั้นเต็มไปด้วยความแค้น

ในที่สุด... เขาก็ได้โอกาสแก้แค้นเสียที!

หลังจดทะเบียนสมรส เซี่ยอวี่บิงยังคงมึนงง เธอไม่ได้เป็นสาวนั่งดริงก์แล้ว แต่กลายเป็นภรรยาของมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลอย่างเว่ยจวิ้นฮวง

เขาสอบถามเรื่องครอบครัวของเธอจนรู้ว่าเธอทำเพื่อแม่ที่ป่วย เธอต้องปรับตัวให้เข้ากับฐานะ "ทาสในคราบภรรยา"

เอาเถอะ... เป็นทาสของเขาคนเดียว ยังดีกว่าต้องถูกคนแปลกหน้าย่ำยีไม่ซ้ำหน้า เธอปลอบใจตัวเองแบบนั้นขณะก้าวเข้าสู่กรงทองที่เรียกว่า "ตระกูลเว่ย"

..